เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และนายประทีป กีรติเรขา อธิบดีกรมที่ดิน ลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการขอใช้ประโยชน์ข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์
พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า การทำบันทึกข้อตกลงจะเป็นประโยชน์ต่อการทำสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ เนื่องจากในทุกคดี ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด ฉ้อโกงประชาชน หรือการยักยอกทรัพย์จากสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด พบว่าผู้ต้องหาได้นำเงินและทรัพย์สินไปแปรสภาพเป็นทรัพย์สิน ที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์ กระจายอยู่ทั่วประเทศ ในการจับกุมทุกครั้ง เงินจากการกระทำผิดไม่เคยอยู่กับตัวผู้ต้องหา แต่กลับถูกนำไปซุกอยู่ในชื่อนอมินี การเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทั้ง 2 หน่วยงานจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบค้นเพื่อพิสูจน์ทราบตัวคนร้ายและติดตามทรัพย์ที่ได้ไปจากการฟอกเงินกลับคืน
ด้านนายประทีปกล่าวว่า ขณะนี้กรมที่ดินอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบฐานข้อมูล แม้ยังไม่สามารถเชื่อมโยงระบบออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง แต่มีช่องทางที่ดีเอสไอและกรมที่ดินสามารถทำงานร่วมกันได้ กรณีการออกเอกสารสิทธิที่ดินที่มีข้อผิดพลาดทั้งจากการทุจริตและผิดหลง ซึ่งกรมที่ดินจะเร่งแก้ไข แต่ในบางกรณีอาจมีข้อขัดข้องทางกฎหมาย จึงต้องใช้เวลาดำเนินการอย่างระมัดระวังและให้เกิดความรอบคอบมากที่สุด แม้กรมที่ดินจะมีอำนาจในการเพิกถอนการออกเอกสารสิทธิก็จริง แต่ผู้ที่ถูกเพิกถอนฯก็จะสิทธิต่อสู้คดีในศาลตามกฎหมาย จึงทำให้ใช้ระยะยาวนาน

เมื่อถามถึงการออกเอกสารสิทธิที่ดินจำนวนมากใน อ.ภูเรือ จ.เลย. ซึ่งล่าสุดสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท) เตรียมเสนอ คสช.สั่งการให้กรมที่ดินเพิกถอนที่ดินกว่า 2,700 ไร่ ซึ่งพบว่ามีการนำ ส.ค.1 อ.ด่านซ้าย มาออก น.ส.3 ก.ใน อ.ภูเรือ นายประทีปกล่าวว่า ในส่วนของกรมที่ดินได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบร่วมกับ ป.ป.ท.จนพบข้อเท็จจริงแล้ว ตนจึงได้สั่งตั้งกรรมการเพิกถอนที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 โดยใช้เวลา 60 วัน และหากไม่แล้วเสร็จก็สามารถขอขยายระยะเวลาได้อีก 60 วัน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาแล้วพบว่ามีหลักฐานชัดเจนไม่มีประเด็นเคลือบแคลงซับซ้อนสามารถสั่งเพิกถอนได้เร็วขึ้น แต่การตรวจสอบหลักฐานในขั้นต้นปรากฏข้อเท็จจริงแล้วว่ามีการนำสค. 1 ไปขอออก น.ส.3 ก ผิดที่ผิดตำแหน่ง สำหรับปัญหาการบุกรุกที่ดินใน จ.เลยที่ผ่านมากรมที่ดินได้ตรวจสอบเองตั้งแต่ปี 2543-2545 และได้มีคำสั่งเพิกถอนไปแล้ว 30,000-40,000 ไร่ และขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบแปลงอื่นๆหากพบว่ามีการออกเอกสารสิทธิที่ไม่ถูกต้องก็จะดำเนินการเพิกถอนต่อไป
“ในพื้นที่เขต อ.ภูเรือกรมที่ดินได้เพิกถอนการออกเอกสารสิทธิที่ดินของบริษัท ซี.พี.เค. อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด ยอมรับว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีการออกเอกสารสิทธิทุจริตและผิดหลง ซึ่งทั้ง 2 กรณีจะต้องถูกเพิกถอนทั้งสิ้น”อธิบดีกรมที่ดินกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า สำหรับกรณีการบุกรุกที่ดินในอ.ภูเรือเนื้อที่กว่า 6,000 ไร่ของรังเย็นรีสอร์ท ซึ่งผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์คือบริษัทซี.พี.เค.ฯ นั้น ดีเอสไอได้รับคดีไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ. ที่ผ่านมาศูนย์ภาพถ่ายแผนที่ได้ลงพื้นที่ส่งโดรนขั้นบินสำรวจเก็บภาพถ่ายทางอากาศเสร็จสิ้นแล้ว โดยสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่เข้าค้นและตรวจสอบข้อเท็จจริง
สำหรับบริษัทซี.พี.เค. อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์มีชื่อเป็นกรรมการ

