เมื่อวันที่ 5 กันยายน นายสนธยา เหลืองเจริญลาภ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและมาตรการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.ปปง.) กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลได้กำหนดให้ปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่24 กรกฎาคม 2555 เห็นชอบให้ทุกหน่วยงานจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) เพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ และนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ องค์กรสาธารณะ สื่อมวลชน ภาคประชาสังคมต้องมีส่วนรวมและเกิดการบูรณาการในการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีมาตรฐานความโปร่งใสเทียบเท่าสากล
ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการด้านการต่อต้านการทุจริตสำนักงาน ปปง. สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ศปท.ปปง. จึงกำหนดให้มี “โครงการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการป้องกันการทุจริตและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริตของสำนักงาน ปปง.” โดยนำคณะผู้บริหารและข้าราชการสำนักงาน ปปง. ที่สมัครเป็น “เครือข่ายเพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสของสำนักงาน ปปง.” ศึกษาดูงานเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการต่อต้านการทุจริตที่ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงสาธารณสุข

นางสาวสุชาฎา วรินทร์เวช หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การทำงานของ ศปท.สธ. มุ่งเน้นการปรับ “Mind set” เน้นการทำงานบนพื้นฐานแนวความคิด “พอเพียง มีวินัย สุจริต จิตอาสา” โดยใช้ 3 มาตรการสำคัญคือ “3 ป. 1 ค.” ประกอบด้วย 1.ปลูก/ปลุกจิตสำนึก การป้องกันและปราบปรามการทุจริต คือ ปลุกจิตสำนึกและปลูกฝังวิธีคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม โดยระบบคิดแบบ Digital มีจิตพอเพียง มีความอาย และไม่ทนต่อการทุจริต สร้างพลังคุณธรรมขับเคลื่อนสังคม 2. ป้องกัน สร้างระบบคุณธรรมและยกระดับความโปร่งใสในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและเข้มแข็ง 3.ปราบปราม ปรับปรุงกฎระเบียบที่เอื้อต่อการทุจริตและปิดช่องโหว่ กำหนดมาตรการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม 4.เครือข่าย สร้างกลไกภาคประชาชน (อสม.) ภาคประชาสังคมในการเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส และสร้าสงความเข้มแข็งของกลไกการตรวจสอบและเครือข่ายการบริหารงานโปร่งใส
ผอ.ศปท.ปปง. กล่าวเพิ่มเติมว่า การศึกษาดูงานในครั้งนี้ ศปท.ปปง. จะนำผลการศึกษาดูงานมาเป็นแบบอย่างและนำมาปรับใช้ในการทำงานเพื่อเสริมสร้างให้เกิดความตระหนัก มีส่วนร่วมในการบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการต่อต้านการทุจริตและพัฒนาเครือข่ายการต่อต้านการทุจริตของ ศปท.ปปง. และปรับใช้ให้สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของพลตำรวจตรี ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. ที่ว่า “สำนักงาน ปปง.ต้องเป็นองค์กรมาตรฐานสากล มีธรรมาภิบาล ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้” ซึ่งหากการทำงานของ ศปท.ปปง.เข้มแข็ง อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อการทำงานของสำนักงาน ปปง.ต่อไป


