พี่ชายนักธุรกิจสาววัย 33 ปี ดับปริศนาคารถเก๋ง ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ขอโทษภรรยา ผกก.ลืออำนาจ กับเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด เผยนักข่าวทีวีช่องหนึ่งสื่อสารผิดพลาดทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย
จากกรณีที่ นักธุรกิจสาววัย 33 ปี เสียชีวิตคารถเก๋ง ในพื้นที่เขต อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ และทางเจ้าหน้าที่ได้มีการสรุปสำนวนจากพยานและหลักฐานที่เกิดเหตุ ว่าไม่มีมูลเหตุที่จะถูกฆาตกรรม หรือถูกทำร้ายจนเสียชีวิตนั่น ซึ่งทางด้านครอบครัวของผู้ตายยังคาใจหลายประเด็นเกี่ยวกับสาเหตุการณ์ตาย จึงได้เดินทางไปร้องเรียนให้ทางกองปราบเข้ามาดูแลคดีนี้
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 ส.ค.61 นายพิชิต โสภาลุน พี่ชายของผู้ตาย และนางบัวทอง โสภาลุน แม่ของผู้ตาย ได้เดินทางมา ที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ หลังจากที่มีกรณีคลิปเสียงที่ทางผู้เสียหายนำไปเปิดอ้างว่ามีการถูกข่มขู่เกี่ยวกับคดีดังกล่าว ขณะที่เดินทางเข้าไปพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามหณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเรื่องคลิปเสียงดังกล่าว ที่ทางครอบครัวผู้เสียหายอ้างว่าถูกข่มขู่ ซึ่งทางญาติด้านแม่และพี่ชายของผู้ตายก็ได้ให้ปากคำว่าเรื่องคลิปเสียงทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั่นเป็นเรื่องเข้าใจผิด ไม่ได้มีการข่มขู่แต่อย่างใด
นายพิชิต โสภาลุน เปิดเผยว่า จากกรณีที่คลิปเสียงที่เป็นข่าวและเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้นั่น เรื่องทั้งหมดเกิดจากความเข้าใจผิด ระหว่างเจ้าตัว ภรรยาของ ผกก.ลืออำนาจ และนักข่าวทีวีส่วนกลาง ช่องดังช่องหนึ่ง โดยที่นักข่าวคนดังกล่าวได้โทรศัพท์มาหาตน และสอบถามตนเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นว่าตนสงสัยในประเด็นใดบ้าง ซึ่งตนก็ได้บอกกับนักข่าวคนดังกล่าวว่า ได้สงสัยในส่วนประเด็นของเรื่องสภาพศพ ประเด็นของสถานที่ที่เกิดเหตุ ประเด็นพิรุธต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในรถของผู้ตาย แม้แต่กระทั่งผลการตรวจชันสูตรศพ และพื้นที่ที่คนร้านนำศพไปทิ้งไว้ที่ดังกล่าว ว่าทำไมต้องเป็นที่เขตอำเภอลืออำนาจ เพราะตนเองสงสัยว่าคนร้ายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้จะต้องอยู่ในเขตพื้นที่ดังกล่าว
จากนั้นนักข่าวคนดังกล่าวก็ได้สอบถามตนว่า ผกก.ลืออำนาจ และภรรยาได้มีการปล่อยเงินกู้ไหม ตนก็รู้สึกแปลกใจแลได้ถามนักข่าวคนนั้นว่าไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหน เพราะเท่าที่ตนรู้มา ผ่าน ผกก.ลืออำนาจ และภรรยาก็ไม่ได้มีอาชีพปล่อยเงินกู้ หลังจากนั้นตนก็ได้สอบถามนักข่าวคนดังกล่าวว่าจะลงพื้นที่ไปที่ไหนต่อ ทางด้านนักข่าวก็บอกว่าจะลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์ ผกก.ลืออำนาจ และที่บ้านของน้องสาวที่เสียชีวิต ซึ่งตนก็ได้นัดพ่อของน้องสาวไว้ แต่ที่มันเกิดเรื่องวุ่นวายทั้งหมดขึ้น เพราะนักข่าวคนดังกล่าวนั้น ไปสัมภาษณ์ ผกก.ลืออำนาจ ว่าภรรยาของ ผกก.ลืออำนาจ ได้ปล่อยเงินกู้หรือไม่ ซึ่งทางด้าน ผกก.ลืออำนาจ ก็ได้ชี้แจ้งว่าไม่ได้ปล่อยเงินกู้ และคงเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะภรรยาของ ผกก.ลืออำนาจ มีชื่อคล้ายกับ คุณสำรวย ที่เป็นคนปล่อยเงินกู้ให้กับน้องสาวตน ซึ่งเป็นคนละคนกัน
หลังจากนั้นนักข่าวคนดังกล่าวก็ได้ไปสัมภาษณ์ ภรรยาของ ผกก.ลืออำนาจ ที่บ้านพัก เกี่ยวกับเรื่องการปล่อยเงินกู้ต่อ จึงทำให้เกิดการเข้าใจผิด และภรรยาของ ผกก.ลืออำนาจ ก็คิดว่าตนได้เป็นคนชี้นำว่า ภรรยาของ ผกก.ลืออำนาจ อยู่เบื้องหลังสาเหตุการตายของน้องสาวตน ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่ได้พูดแต่อย่างใด เพราะตนไม่ได้มีพยานหรือหลักฐานใด แม้แต่กระทั่งทุกวันนี้ตนก็ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนฆ่าน้องสาวของตน หรืออยู่เบื้องหลังการตายของน้องสาวตน
ส่วนกรณีที่มีการนำคลิปเสียงไปเปิดนั้น เนื่องจากตนเกิดความกลัวและเข้าใจผิด จึงได้บอกกับท่านศรีวราห์ มีคลิปเสียงที่จะมอบให้ท่าน แต่ท่านสั่งให้เปิดในที่ประชุมเลย ตนก็เลยจำเป็นต้องเปิดตามข่าว ซึ่งหลังจากที่จนคลิปเสียงตนก็ได้ยกมือบอกกับในที่ประชุมว่า เรื่องทั้งหมดในคลิปเสียงเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะเป็นการสื่อสารของนักข่าวที่ไปถาม ภรรยาของ ผกก.ลืออำนาจ เกี่ยวกับประเด็นของ ภรรยาของ ผกก.ลืออำนาจ ทำให้ ภรรยา ของ ผกก.ลืออำนาจ เข้าใจตนผิด จนต้องโทรมาต่อว่าต่อขานตนรุนแรงพอสมควร
“การนำคลิปเสียงดังกล่าวไปเปิดนั้นผมไม่ได้ตั้งใจที่จะเอาผิดใคร และที่มาที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ ในวันนี้ เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้เชิญตน และแม่ของผู้ตาย มาให้การกับเรื่องคลิปเสียงดังกล่าว ซึ่งตนและแม่ของผู้ตายก็ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า เรื่องทั้งหมดในคลิปเสียงนั่นเป็นเรื่องเข้าใจผิด ไม่ได้ร้องเรียน ส่วนกรณีของ ผกก.ลืออำนาจ นั่นท่านก็เป็นตำรวจที่ดีคนหนึ่ง ทำงานด้วยความตั้งใจ ซึ่งทั้งท่าน ผกก.ลืออำนาจ และภรรยา ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุกับน้องสาวตนนั่นก็ได้คอยให้ความช่วยเหลือตนและครอบครัวของผู้ตายมาโดยตลอด สำหรับภรรยาของ ผกก.ลืออำนาจ นั่นผมก็รู้กับท่านมาเกือบ 10 ปี คนบ้านใกล้เรือนเคียง คนบ้านเดียวกัน บางครั้งการพูดจาก็อาจจะมีถ้อยคำรุนแรงบาง แต่ผมก็ไม่ได้ถือโทษโกรธกันแต่อย่างใด
วันนี้จึงอยากจะออกมาขอโทษ ภรรยา ของ ผกก.ลืออำนาจ กับเรื่องที่เกิดขึ้น ตนเองก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เสียใจกับคำสั่งที่มีการย้ายท่าน ผกก.ลืออำนาจ เสียใจที่ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น และตนเข้าใจความรู้สึกของ ภรรยา ผกก.ลืออำนาจ ว่าเสียใจและรู้สึกโกรธ ทั้งที่ท่านเป็นคนคอยช่วยเหลือมาตลอด แต่โดนถูกกล่าวหาแบบนั่น แต่เรื่องทั้งหมดเกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาด จนทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆ เช่นนี้ขึ้น ส่วนกรณีที่มีคลิปเสียงนั้นหลังจากที่เกิดเหตุการณ์กับน้องสาวของ เลยโหลดแอปบันทึกเสียงมาไว้ที่โทรศัพท์ ซึ่งมันจะบันทึกเสียงทุการสนทนา โดยจะเลือกเก็บเสียงบันทึกของคนที่สำคัญไว้เท่านั้น”
นอกจากนี้ทางด้านพี่ชายของผู้ตาย ยังได้โชว์เสียงบันทึกการสนทนาระหว่างตนกับนักข่าวคนดังกล่าวที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เพราะการสื่อสารที่ผิดพลาดจนเกิดเรื่องเข้าใจผิดกัน.

