เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 6 กันยายน พ.ต.ท.มิตรชัย บุญล้ำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองยโสธร ได้รับแจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย ขณะกำลังจะเข้าตรวจค้นผู้ต้องสงสัยโดยเหตุเกิดที่บริเวณสี่แยกถนนเทพมณี ตัดกับถนนศรีบำรุง บริเวณคุ้มบ้านใหม่ เขตเทศบาลเมืองยโสธร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.อนุพันธ์ จันทร์พฤกษ์ ผบก.ภ.จว.ยโสธร พ.ต.อ.ประภาส มั่งคั่ง ผกก.สส.ภ.จว.ยโสธร พ.ต.ท.อนุสรณ์ วรรณพิณ สว.กก.สส.ภ.จว.ยโสธร พ.ต.ท.วราวุฒิ ท่านมุข และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณด้านหน้าอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น เลขที่ 107/3 ถนนศรีบำรุง ต.ในเมือง อ.เมืองยโสธร พบกองเลือดจำนวนหนึ่งอยู่ที่พื้นถนนใกล้กันพบรถจักรยานยนต์จอดอยู่ จำนวน 3 คัน และมีผู้ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวเอาไว้แล้ว จำนวน 3 คน เป็นชาย 2 คน และหญิงอีก 1 คน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกยิงทราบชื่อ ส.ต.ต.สะท้านฟ้า รักษาศิริ ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม ปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวน สภ.เมืองยโสธร ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณปากกระสุนฝังที่บริเวณต้นคอทางด้านหลังอาการสาหัส ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปด้วยกันได้รีบนำตัวส่งไปรักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นที่โรงพยาบาลยโสธรก่อนหน้านั้นแล้ว ซึ่งล่าสุดอาการปลอดภัยแล้วแต่ต้องอยู่ในห้องไอซียูและการดูแลอาการอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ ส่วนผู้ลงมือก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายวีระยุทธพงษ์ หรือท็อป สาธุชน อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 ถนนเทพมณี ต.ในเมือง อ.เมืองยโสธร หลังก่อเหตุแล้วได้ถือปืนที่ใช้ก่อเหตุวิ่งหลบหนีเข้าไปภายในชุมชนคุ้มบ้านใหม่ ใกล้กับที่เกิดเหตุ
จากการสอบถามเพื่อนตำรวจในชุดเดียวกันกับผู้ถูกยิง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุพวกตนรวม 4 นาย ได้พากันขับรถกระบะ 4 ประตูของชุดสืบสวนตระเวนออกตรวจตราตามจุดล่อแหลมและกลุ่มเป้าหมายตามนโยบายกวาดล้างจับกุมเกี่ยวกับคดียาเสพติดจนกระทั่งผ่านไปบริเวณดังกล่าวได้พบตัว นายวีระยุธพงษ์ หรือท็อป นั่งคุยกันกับเพื่อนอยู่บนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าอาคารพาณิชย์ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจำได้ว่าเป็นนายท็อป ซึ่งเป็นบุคคลเป้าหมายที่เคยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมักจะพกพาอาวุธปืนอยู่เป็นประจำ จึงได้พากันจอดรถโดยมี ส.ต.ท.สะท้านฟ้า รักษาศิริ ผู้ถูกยิงซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังคนขับฝั่งขวาเปิดประตูรถลงไปก่อนพร้อมกับเดินเข้าไปหานายท็อป เพื่อจะขอตรวจค้นแต่นายท็อปได้ชักอาวุธปืนพกสั้นที่พกติดตัวมายิงในระยะเผาขนกระสุนเจาะเข้าที่ปากพอดีจนกระสุนไปฝังอยู่ที่ต้นคอทางด้านหลังล้มลงกับพื้นทันที จากนั้นนายท็อปได้หันปลายกระบอกปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปด้วยกันอีก จำนวน 2 นัด แต่กระสุนไม่ถูกใครก่อนที่นายท็อปจะถืออาวุธปืนวิ่งหลบหนีเข้าไปภายในชุมชนคุ้มบ้านใหม่ใกล้กับที่เกิดเหตุท่ามกลางความมืดโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจวิ่งไล่ติดตามไปแต่ไม่ทันจึงได้พากันรีบนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลยโสธร
พล.ต.ต.อนุพันธ์ได้ลงพื้นที่สั่งการด้วยตนเองพร้อมกับระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 50 นาย ออกค้นหาตัวผู้ก่อเหตุภายในชุมชนคุ้มบ้านใหม่โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 34 ซอยเทศบาล 5 คุ้มบ้านใหม่ ต.ในเมือง อ.เมืองยโสธร ซึ่งผู้ก่อเหตุได้เข้าไปหลบอยู่ภายในบ้านของชาวบ้าน พร้อมกับได้ทิ้งอาวุธปืนขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุเอาไว้บริเวณด้านหลังบ้านและพบกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 6 นัด ถูกยิงไปแล้ว จำนวน 3 นัด ทิ้งอยู่หลังห้องน้ำบ้านหลังดังกล่าว
สอบสวนนายวีระยุธพงษ์ หรือท็อป รับสารภาพว่าหลังก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านหลังดังกล่าวพร้อมกับได้เทกระสุนปืนทั้งหมดออกจากลูกโม่ก่อนจะนำอาวุธปืนไปซ่อนไว้ที่บริเวณหลังบ้าน พร้อมทั้งขึ้นไปหลบอยู่ที่บริเวณบ้านชั้นสองจนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปจับกุมตัวได้ ส่วนสาเหตุที่ต้องยิงตำรวจเพราะอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นตำรวจคิดว่าเป็นคู่อริตามมาเอาเรื่อง เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนเคยมีเรื่องชกต่อกันกับกลุ่มวัยรุ่นที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งและมักจะถูกกลุ่มวัยรุ่นไล่ทำร้ายอยู่เป็นประจำ จึงได้หาซื้ออาวุธปืนมาพกติดตัวเพื่อป้องกันตนเองโดยซื้อมาในราคา 4,000 บาท จากเพื่อนคนรู้จักกัน
เบื้องต้นจากการตรวจสอบประวัติของผู้ก่อเหตุทราบว่าผู้ก่อเหตุมีนิสัยเกเรชอบพกพาอาวุธปืนและยิงปืนภายในชุมชนอยู่เป็นประจำจนเคยถูกจับกุมเกี่ยวกับอาวุธปืนมาก่อนจนถูกศาลสั่งจำคุกเป็นเวลา 1 ปี และเพิ่งจะพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวนให้ละเอียดอีกครั้งก่อนที่จะได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

