เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.ท.อภิเชษฐ์ จำปาทอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งมีเหตุวิ่งราวทรัพย์และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหมู่ที่ 2 ตำบลป่างิ้ว อ.เมือง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่วีอาร์กู้ภัยอ่างทอง
ที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยห่างจากริมถนนอ่างทอง-โพธิ์ทอง ซึ่งเป็นถนนส่ายหลัก ประมาณ 100 เมตร สามารถมองเข้าเห็นได้อย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นพื้นที่โล่ง ได้พบผู้ได้รับบาดเจ็บ คือนางวราภร กิจวิชา อายุ 45 ปี ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณคาง มีเลือดไหลออกอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทองเพื่อทำบาดแผลและปฐมพยาบาลเบื้องต้น
จากการสอบถามนางกัญญา แซ่ตั้ง อายุ 59 ปี แม่ของนางวรากร ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า นางวราภร ทำงานเป็นพนักงานของโชว์รูมขายรถมอเตอร์ไซค์อยู่ภายในตัวเมืองอ่างทอง หลังเลิกงานได้ช่วยเพื่อนขายของต่อ ก่อนเกิดเหตุเพียง 15 นาที ได้โทรศัพท์กลับมาบอกตนว่ากำลังจะกลับบ้าน ตนเองจึงมายืนดูตรงบริเวณหน้าต่างข้างบ้าน ซึ่งสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน หากมีรถเข้ามาจากปากซอย จากนั้นจึงออกมายืนคอยมอง ก็เห็นว่าลูกสาวกำลังขับรถเลี้ยวเข้ามาภายในซอย แต่เห็นมีไฟรถเลี้ยวเข้ามา 2 คัน ก็ไม่ได้นึกเอะใจอะไร คิดว่าคงมีเพื่อนมาส่ง อีกเพียง 20 เมตรก็จะถึงบ้าน จากนั้นก็เห็นรถคันที่ตามมาขี่ขึ้นมาขนาบข้างแล้วรถจึงล้ม คิดว่ารถคงเกี่ยวกัน แต่ทั้ง 2 คันไม่ได้มาด้วยความเร็วแต่อย่างใด สักพักได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ตะโกนเรียก แม่ช่วยหนูด้วย หนูโดนกระชากกระเป๋าระหว่างนั้นมีรถมอเตอร์ไซค์วัยรุ่นขับเข้ามา 2-3 คัน เข้ามาช่วยเหลือลูกสาว พร้อมกับอีกคันหนึ่งขี่รถไล่กวดคนร้ายตามไปบริเวณแยกป่างิ้ว โดยคนร้ายขี่มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองอ่างทองแต่ไม่สามารถติดตามได้ทัน

จากการสอบถามกลุ่มวัยรุ่นที่ติดตามไป ทราบว่า คนร้ายขับรถมอเตอร์ไซค์ honda wave ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใส่หมวกกันน็อกสีดำ เสื้อคลุมแขนยาวสีดำ ส่วนในที่เกิดเหตุพบสายสะพายกระเป๋าสีชมพูที่ขาดตกอยู่ และรองเท้าแบบหนีบของคนร้ายจำนวน 1 คู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บทั้งหมดไว้เป็นหลัก ส่วนภายในกระเป๋าที่คนร้ายได้ไปนั้น ในกระเป๋ามีโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์มีเงินสดบางส่วน บัตรเอทีเอ็ม และเอกสารอีกจำนวนหนึ่ง

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และเรียกผู้เห็นเหตุการณ์มาทำการสอบปากคำ เพื่อรวบรวมหลักฐานเร่งนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

