ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีโลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีหญิงสาวปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าไปเขตหวงห้ามของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อไปรอรับนักร้องเกาหลี อีจงซอกนั้น
นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ทอท.ได้แจ้งความดำเนินคดีผู้กระทำความผิด 4 คน คือ เด็กที่ปลอมตัว 2 คน และเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรอีก 2 คน คือ คนที่เป็นเจ้าของบัตร และบุคคลที่นำพาเด็ก 2 คนเข้าไปยังพื้นที่หวงห้ามแล้ว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ออกหมายเรียกทั้ง 4 คนมาสอบสวนแล้ว โดยเบื้องต้นได้สอบสวนเด็กไปแล้ว 1 คน อีก 1 คนอยู่ระหว่างประสานวันในการเดินทางมา ส่วนเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรทั้ง 2 คน มีนัดที่จะมาให้เท็จจริงที่ สภ.ในช่วงบ่ายของวันที่ 19 กันยายน
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า สำหรับเจ้าหน้ากรมศุลกากรคนแรกที่ทำหน้าที่นำพาเด็กทั้ง 2 คน เข้าไปในพื้นที่หวงห้ามนั้น จากการพิจารณาเบื้องต้นอาจจะโดนข้อหาหลีกเลี่ยงการตรวจค้น ซึ่งถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มาตรา 60/17 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน1 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรคนที่ 2 ที่บัตรถูกนำไปใช้ในการผ่านเข้าไปพื้นที่หวงห้ามนั้น ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำก่อนว่าจงใจให้นำบัตรมาให้ผ่านเข้าพื้นที่ หรือไม่ได้มีส่วนรู้เห็น โดยบัตรอาจจะถูกหยิบไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหากพบว่ามีเจตนาให้บัตรไปใช้ก็จะถูกดำเนินคดีข้อหาเดียวกับเจ้าหน้าที่คนแรก
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ทอท.ยังได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ของ ทอท. จำนวน 1 คน ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยจุดผ่านเข้าออกพื้นที่หวงห้าม บริเวณที่เด็กทั้ง 2 คนผ่านเข้าไปด้วย เพราะตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ ทอท.คนดังกล่าวทำงานหละหลวมมีการปล่อยให้เด็กทั้ง 2 ผ่านเข้าไปยังเขตหวงห้ามได้โดยไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องของบัตร แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าภาพใบหน้าคนของบุคคลในบัตรที่นำมาแตะผ่านเข้าไปยังเขตหวงห้ามจะไม่ตรงกับใบหน้าของเด็กทั้ง 2 คนที่ผ่านเข้าไป คาดว่าจะใช้เวลาสอบข้อเท็จจริงประมาณ 10 วัน หากพบว่าประมาทเลินเล่อ ทอท.จะต้องลงโทษเด็ดขาดต่อไป เบื้องต้นได้สั่งย้ายเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวออกไปจากพื้นที่เกิดเหตุแล้ว โดยให้ไปประจำอยู่ในพื้นที่ส่วนภายนอกแทนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบด้านมาตรฐานความปลอดภัยของสนามบิน
“ยอมรับว่าที่ผ่านมา ทอท. เข้มงวดน้อยไปในการตรวจสอบความถูกต้องของบัตรของหน่วยราชการที่เข้าพื้นที่หวงห้าม เพราะมีราชการหลายหน่วยงานมากที่ทำงานภายในสนามบิน บางครั้งก็อาจเห็นว่าเป็นหน่วยราชการด้วยกัน จึงไม่ค่อยเช็คว่า คนที่ผ่านเข้าพื้นที่ใบหน้าตรงกับบัตรที่แตะเข้าไหม ซึ่งหลังจากนี้ ทอท. จะแจ้งขอความร่วมมือไปยังหน่วยราชการที่ทำงานในสนามบินว่าต่อไปจะตรวจเข้มงวดมากขึ้น ต้องดูหน้าให้ตรงกับบัตรอาจจะใช้เวลาแต่ต้องขอความร่วมมือ รวมทั้ง ในปี 2562 นี้ ทอท.เตรียมนำระบบการตรวจสอบความปลอดภัยระบบใหม่มาใช้ ณ จุดที่เข้าและออกของสต๊าฟภายในสนามบิน ซึ่งจะเป็นระบบใหม่ที่ทันสมัยมาก โดยเมื่อนำบัตรมาแตะตรงทางเข้าจะปรากฏใบหน้าของเจ้าของบัตรขึ้นมาในจอคอมพิวเตอร์เจ้าหน้าที่ประจำจุดจะให้เห็นใบหน้าและสามารถเปรียบเทียบกับใบหน้าคนที่ใช้บัตรทันที หากใบหน้าไม่ตรงกันก็จะไม่อนุญาตให้เข้าพ้นที่หวงห้าม คาดว่าจะเริ่มนำมาใช้ในปีนี้”นายกิตติพงศ์กล่าว
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้พื้นที่ที่เด็กทั้ง 2 หลุดเข้าไปเพื่อรอพบกับศิลปิน ยังเป็นพื้นที่บริเวณจุดรับกระเป๋าผู้โดยสารขาเข้าเท่านั้นซึ่งเป็นพื้นที่ชั้นนอกสุดที่ติดกับพื้นที่ร้านค้าภายในสนามบิน หากจะเข้าไปพื้นที่ชั้นในจะต้องผ่านพื้นที่ตรวจคนเข้าเมือง และสแกนตรวจวัตถุระเบิดก่อนจึงจะผ่านไปยังทางออกขึ้นเครื่องได้ โดยหากบุคคลใดไม่มีบัตรโดยสารมาแสดงกับ ตม.หรือมีการพกอาวุธ ก็ไม่สามารถผ่านเข้าไปยังทางออกขึ้นเครื่องบินได้
นายกิตติพงศ์ กล่าวถึงกรณีการปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรของเด็กทั้ง 2 คนว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าเด็กทั้ง 2 คน ไม่ได้ปลอมตัวโดยการเปลี่ยนชุดเป็นเครื่องแบบของกรมศุลกากรแต่อย่างใด โดยในส่วนของเด็กคนแรกซึ่งก็คือคนที่นำภาพตัวเองมาโพสต์ลงในโซเชียลนั้น เดิมใส่เสื้อและกางเกงขาสั้น แต่ได้มีการมาเปลี่ยนเป็นกางเกงขายาวและเดินตามเจ้าหน้าที่ที่นำพาเข้าไป โดยหลังจากเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรคนดังกล่าวนำพาเด็กคนที่ 1 เข้าไปแล้ว ก็นำบัตรใบเดิมจากเด็กที่เข้าไปแล้วนำมาใช้เวียนกลับมาใช้รับเด็กคนที่ 2 เข้าตามไป
รายงานข่าแจ้งว่า ในวันที่ 19 กันยายน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะมีการแถลงข่าวเกี่ยวกับมาตรการการรักษาความปลอดภัยการเข้า – ออกพื้นที่เขตหวงห้ามท่าอากาศยานด้วย

