พบอีก! จุดเผานั่งยาง เจอเถ้ากระดูก-เศษยาง คาดรู้ผลพิสูจน์อีก 2 สัปดาห์

22.04.16 | 14:30 น.

เมื่อวันที่ 22 เมษายน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร รอง ผบช.ภ.4 , พล.ต.ต.พีระพงษ์ วงศ์สมาม ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดี “สุสานเผานั่งยาง” ที่โคกเฒ่าคำภา ป่าบ้านคำบอนเวียงชัย ม.3 ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี โดยมีตำรวจพิสูจน์หลักฐาน, ทีมสืบสวน-สอบสวน สภ.บ้านผือ, ภ.จว.อุดรธานี และสืบสวนสอบสวน ภาค 4 เข้าร่วมประชุม โดยการพิสูจน์หลักฐานตลอด 2 วันบนพื้นที่ 1 ไร่ พบจุดที่มีการเผาสิ่งมีชีวิตด้วยยางรถยนต์ 15 จุด ทั้งได้เก็บหลักฐานด้วยสายตา แยกเป็นชิ้นกระดูก 7 จุด ไม่รวมจุดที่ 1 เป็นศพของนางบังอร ทองอ่อน อายุ 57 ปี นายทุนเงินกู้ ที่ถูกเก็บไปตั้งแต่ 9 มิ.ย.57 ที่เหลือเป็นเศษยางรถยนต์เชื้อเพลิง และวัตถุพยานอื่น ล่าสุด จากการตรวจลึกเข้าไปในป่านอกแนวเขตตรวจค้นราว 50 เมตร พบเถ้ากระดูก เศษยางรถยนต์ สภาพเก่ามาก เพิ่มเป็นจุดที่ 16 และยังพบลวดยางรถแขวนบนต้นไม้

พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจด้วยสายตา บางจุดน่าจะเกิดขึ้นนานถึง 10 ปีแล้ว พยานหลักฐานอาจเสื่อมสลายตามกาลเวลา การตรวจพิสูจน์อาจจะต้องใช้เวลา ซึ่งทั้งหมดเตรียมส่งไปที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อพิสูจน์ว่าเศษกระดูกเป็นมนุษย์หรือสัตว์ และสามารถเก็บดีเอ็นเอได้หรือไม่ ถ้าเก็บได้ก็จะเป็นข้อมูลหนึ่งในการสืบสวนสอบสวนต่อ คาดว่าจะทราบผลราว 2 สัปดาห์

201604221344397-20021028190339

“ในวันอาทิตย์นี้เราขอสนับสนุน เครื่องมือจากทหาร และ ตชด.เข้าไปเก็บหลักฐานอย่างละเอียด โดยตรวจหาโลหะ อาทิ หัวกระสุน ปลอกกระสุน บริเวณจุดต้องสงสัย 16 จุด รวมทั้งขยายวงให้กว้างออกไปอีก โดยใช้กำลังทหารเดินเป็นแนวหน้ากระดาน พร้อมสั่งให้ทุกสถานีในพื้นที่อุดรธานี ติดตามบุคคลสูญหาย รวมทั้งที่มีแจ้งความคนหายไว้ ถ้ามีก็ขอให้ญาติมาพบกับเจ้าหน้าที่ หรือหากยังไม่ได้แจ้งไว้ แต่สงสัยว่าญาติจะเป็นผู้ที่ถูกเผา ขอให้มาพบกับทางตำรวจ สภ.บ้านผือ เพื่อให้ข้อมูลและตัวอย่างดีเอ็นเอ” พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ กล่าว

พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ กล่าวถึงข้อซักถามว่าเป็นการกระทำของคนกลุ่มเดียวกันหรือไม่ว่า มีข้อมูลผู้ต้องสงสัยอยู่แล้ว เป็นทั้งเจ้าหน้าที่และไม่ใช่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและไม้พะยูง ที่มีการกระทำลักษณะคล้ายๆ กัน แต่ต้องขอความชัดเจนก่อน อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า หากหลักฐานสาวถึงเจ้าหน้าที่ว่าเป็นผู้กระทำผิด ก็จะดำเนินตามกฎหมายโดยไม่มียกเว้น

Advertisement

“ส่วนคดีของนางบังอร แม้ตอนนี้ยังไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด ซึ่งตนนำสำนวนมาดูแล้ว คิดว่ามีช่องทางที่จะนำมาขยายผลต่อไปได้ โดยมีพยานบุคคลที่ยังไม่ตัดสินใจให้การเพิ่มเติม ที่ผ่านมาอาจจะยังไม่กล้ามาให้ปากคำ ตนยืนยันถ้าพยานมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ขอให้มาพบ พล.ต.ต.พีระพงศ์ ได้ทันที ซึ่งการก่อเหตุลักษณะนี้คงทำคนเดียวไม่ได้ ” พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ กล่าวอีก