เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(รองผบช.ทท.)ฐานะรองหัวหน้าชุดป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ(ศปอส.ตร.) พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รองผบช.ภ.4 นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมหมายศาลเข้ายึดทรัพย์ 7 จุด ของนายทุนเงินกู้นอกระบบ 5 ราย ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท โดยจุดแรก บริษัทเอกชัย กาฬสินธุ์ จำกัด ในอำเภอเมือง เป็นอาคารพานิชย์ 2 ชั้น ประกอบกิจการฟิโกไฟแนนซ์ ให้กู้ยืมเงินและสินเชื่อทุกประเภท จากการตรวจสอบพบว่าเป็นการประกอบกิจการบังหน้า เพื่อปล่อยกู้ในอัตราที่เกินกว่าดอกเบี้ยกำหนด รวมทั้งมีการทำนิติกรรมอำพราง ยึดโฉนดชาวบ้านเป็นของตัวเอง การปฏิบัติการจุดนี้ยึดทรัพย์รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท จุดที่สอง เข้ายึดทรัพย์ร้านทองจิ่นเซีย ของนางบุศรินทร์ ธนกุลอนันต์ ในพื้นที่อำเภอเมืองเดียวกัน ตรวจสอบพบว่าเจ้าของร้านทอง มีการทำนิติกรรมอำพราง นำโฉนดของชาวบ้านบางราย ไปยื่นกู้กับธนาคารพาณิชย์ ก่อนนำเงินมาปล่อยกู้ให้กับชาวบ้านในอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งที่ตั้งของร้านทองปัจจุบัน ก็เป็นที่ดินที่มีการยึดมาจากชาวบ้านในพื้นที่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังมีการกระจายกำลังเข้าตรวจยึดทรัพย์สินในอีก 5 จุด พื้นที่ อำเภอสมเด็จ และอำเภอกุฉินารายณ์
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าพฤติการณ์ของนายทุนเงินกู้นอกระบบ มี 2 รูปแบบ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเป็นลักษณะของการปล่อยกู้รายวัน และใช้แก๊งหมวกกันน็อควิ่งเก็บเงิน ส่วนในต่างจังหวัด จะใช้วิธีการปล่อยกู้ในลักษณะการทำนิติกรรมอำพราง โดยนำโฉนดที่ดินมาวางไว้ พร้อมให้เซ็นสัญญาเปล่า ในลักษณะของการจำนองและทำขายฝาก ก่อนยึดทรัพย์เป็นของตัวเอง ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบชาวบ้านต้องชำระดอกเบี้ยสูง เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด




