เมื่อวันที่ 22 เมษายน รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)แจ้งว่า กรณีที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) มีคำสั่งให้พล.ต.ท.สมบูรณ์ ตันตระกูล นายแพทย์ใหญ่ (สบ8) ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) โดยให้พล.ต.ต.วิฑูรย์ นิติวรางกูร รองนายแพทย์ใหญ่(สบ7)รักษาราชการแทน นายแพทย์ใหญ่ (สบ8) เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมานั้น พบว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ลงนามในหนังสือคำสั่งที่ 218/2559 เมื่อวันที่ 21 เมษายน ด้วยว่า ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 187/2559 ลงวันที่ 31 มีนาคม แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีการดำเนินโครงการความร่วมมือในการผลิตแพทย์และความร่วมมือทางวิชาการระหว่างโรงพยาบาลตำรวจกับมหาวิทยาลัยสยาม คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงรายงานความคืบหน้าโดยพบว่า พล.ต.ท.สมบูรณ์ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการผลิตแพทย์จำนวน 3 ฉบับ ลงนามโดยพล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ อดีตนายแพทย์ใหญ่ (สบ8) ที่มีผลผูกพันกับโรงพยาบาลตำรวจ ในการดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัยสยาม เนื่องจากเห็นว่าโรงพยาบาลตำรวจไม่มีอำนาจหน้าที่ผลิตแพทย์ และไม่มีอำนาจอนุญาตให้มหาวิทยาลัยสยามใช้อาคารสถานที่ของโรงพยาบาลตำรวจในการจัดการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยสยาม
“แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโรงพยาบาลตำรวจยังคงมีการดำเนินการตามข้อตกลงความร่วมมือในการผลิตแพทย์ และมีการจัดการเรียนการสอนมาโดยตลอด ซึ่งไม่ต่างกับบันทึกข้อตกลงทั้ง 3 ฉบับที่ถูกยกเลิกไป อีกทั้งไม่ดำเนินการใดๆ ตามอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพล.ต.ท.จงเจตน์ ที่อาจเข้าข่ายปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าวข้างต้น ประกอบกับประธานกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงรายงานว่า คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงมีมติเห็นว่า หากให้พล.ต.ท.สมบูรณ์ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่อไป อาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จะเป็นอุปสรรคในการสืบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติราชการของตร.เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงได้ข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์และเป็นธรรมต่อผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ทางราชการ จึงให้พล.ต.ท.สมบูรณ์ ไปปฏิบัติราชการที่ศปก.ตร.” คำสั่งผบ.ตร.ระบุ
ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิจารณาหลักฐาน ส่วนจะมีความผิดหรือไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของกองกฎหมาย ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน

