ตามรวบอีก 7 มอดไม้ชาวเขมร ลักลอบตัดไม้พะยูงผืนป่าทับลานโคราช

20.09.18 | 10:06 น.

ความคืบหน้ากรณีชุดเฉพาะกิจป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติผืนป่ามรดกโลก ดงพญาเย็น-ทับลาน โดยนายวิจิตร กิจวิรัตน์ นายอำเภอครบุรี นครราชสีมา พร้อมกำลังได้จับกุมนายพิน รุ อายุ 27 ปี ชาวกัมพูชา ในขณะลักลอบเข้ามาตัดไม้พะยูงที่บริเวณป่าเขารบ ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา พิกัด UTM 48P 0195962 E, 1588021 N (WGS 84) ตรวจยึดของกลางไม้พะยูงแปรรูป จำนวน 50 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 0.83 ลบ.ม. ส่วนพวกซึ่งมีชาวกัมพูชาประมาณ 30 คน ได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามที่ข่าวที่เสนอมาเป็นลำดับ


ตลอดทั้งวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา กำลังเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย จนท.เขตอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 3 (คลองน้ำมัน) ทหาร ร.23 พัน.1 กองทัพภาคที่ 2 ,ปกครอง อ.ครบุรี,ตำรวจ สภ.ครบุรี และผู้นำชุมชนได้จัดชุดติดตามกลุ่มบุคคลที่หลบหนี โดยกระจายกำลังปิดล้อมตามเส้นทางเชื่อมต่อผืนป่ากับหมู่บ้านและชุดลานตระเวนออกเดินเท้าไล่ล่าจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มจำนวน 7 คน ในขณะหลบหนีอยู่ในผืนป่าเมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 20 กันยายน ทราบชื่อ คือ 1.นายทา ทีจันทา ชาวกัมพูชา อายุ 24 ปี บ้านจ่อมเบาะ ต.บึงเบง อ.มาลัย จ.บันเตียเมียนเจย 2.นายทอน เท ชาวกัมพูชา อายุ 28 ปี บ้านจ่อมเบาะ ต.บึงเบง อ.มาลัย จ.บันเตียเมียนะจบ 3. นายแซ เตง ชาวกัมพูชา อายุ 32 ปี ต.กุตตาซอต อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย 4.นายเดช ไท ชาวกัมพูชา อายุ 32 ปี บ้านพรมจะเมาะ ต.บึงเบง อ.มาลัย จ.บันเตียเมียนเจย 5. นายเรศ ที ชาวกัมพูชา อายุ 20 ปี ต.จีแกรง อ.จีแกรง จ.เสียมราฐ 6.นายซก เรียง ชาวกัมพูชา อายุ 35 ปี ต.จีแกรง อ.จีแกรง จ.เสียมราฐ และ7.นายบืน ช๊วช ชาวกัมพูชา อายุ 33 ปี ต.จีแกรง อ.จีแกรง จ.เสียมราฐ

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การว่า ได้รับจ้างจากนายทุนให้เข้ามาแบกเป้ลำเลียงไม้พะยูงออกจากผืนป่า โดยเดินเท้ามาตามเส้นทางเขตรอยต่อผืนป่าจากประเทศกัมพูชามา ใช้เวลา 2 วัน ถึงพื้นที่เกิดเหตุ ขณะเดินแบกเป้ไม้ออกมาจากผืนป่าได้ถูกกำลังเจ้าหน้าที่ไล่จับกุม ทั้ง 7 คน จึงพากันวิ่งหนีคนละทิศละทางแล้วเกิดพลัดหลงและไม่ทราบเส้นทาง ทำให้เดินวนเวียนไปมาประกอบกับขาดอาหารและน้ำ คาดหวังเพื่อนจะมารับภายหลังจากนั้นได้ควบคุมผู้ต้องทั้งหมดมาที่ ฉก.ทับลาน สนง.เขตการจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 3 (คลองน้ำมัน) ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา

อย่างไรก็ตามเนื่องจากพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นอันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงได้อาศัยอำนาจคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 13/2559 ซึ่งให้อำนาจเจ้าพนักงานสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวกัมพูชาได้ไม่เกิน 7 วัน เพื่อขยายผลออกติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่คาดยังซุกซ่อนอยู่ในผืนป่า

Advertisement