หวิดรุมประชาทัณฑ์ ทำแผนฆ่าเปลือยโหดหญิงมัดมือเท้า ฆาตกรอ้างพยายามข่มขืนแต่นกเขาไม่ขัน

22.04.16 | 16:00 น.

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 22 เมษายน พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุขแสวง รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี และพ.ต.อ.พาณุพงษ์ ศรจิตติ ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี กว่า 50 นาย ควบคุมตัวนายอดิเรก หรือโรจ ศรีสัญญา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 6 ต.ดอนเจดีย์ อ.พนมทวน อ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลเพชรบุรี คดีฆ่า น.ส.ธมลภรณ์ หอมหวล อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101/1 หมู่ 5 ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บันไดทางขึ้นเขาพระนครคีรี(เขาวัง)ด้านหลังวิหารพระนอน วัดพระพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน) ต.คลองกระแชง อ.เมือง จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี พบศพสาวนิรนามทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ธมลภรณ์ ถูกหินทุบกะโหลกศีรษะแตกตาย มือเท้าถูกมัดและเปลือยท่อนล่าง ก่อนทิ้งศพขึ้นอืดบริเวณข้างบันไดทางขึ้นเขาพระนครคีรี(เขาวัง)ต่อมาตำรวจขยายผลสืบสวนตรวจพบภาพจากกล้องวงจรปิดที่สถานีรถไฟเพชรบุรีพบว่าน.ส.ธมลภรณ์ ผู้ตาย เดินทางมาพร้อมกับนายอดิเรกก่อนที่ทั้งคู่จะว่าจ้างรถจักรยานยนต์รับจ้างมาส่งที่วัดพระนอนและมีผู้พบน.ส.ธมลภรณ์ถูกฆ่าเป็นศพ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานภาพวงจรปิด และพยานบุคคล สืบทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายอดิเรก และติดตามจับกุมตัวไว้ได้ที่บริเวณชานชาลาสถานีรถไฟหนองคาย ขณะนายอดิเรกกำลังเตรียมตัวจะหลบหนีข้ามไป สปป.ลาวเมื่อ วันที่ 21 เมษายน โดยใช้ระยะเวลาเพียง 2 วันในการติดตามจับกุมตัว

สอบสวนนายอดิเรกรับสารภาพ ว่ารู้จักกับผู้ตายมาก่อน โดยก่อนหน้านี้ผู้ตายมาขอเงิน จึงให้ไป 20 บาท และกลับมาขออีกครั้งแต่ครั้งนี้ตนไม่ให้ ผู้ตายไม่พอใจจึงพาพวกมารุมทำร้ายจนตนบาดเจ็บศีรษะแตก ต่อมาเมื่อวันที่ 17 เมษายน ตนได้พบกับผู้ตายอีกครั้งที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ผู้ตายจำตนไม่ได้แต่ตนจำได้ ด้วยความแค้นเดิมจึงวางแผนชักชวนผู้ตายขึ้นรถไฟมาเที่ยวงานวัดที่วัดพระนอน จ.เพชรบุรี เมื่อมาถึงได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างมาที่วัดก่อนชักชวนผู้ตายไปยังจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางบันไดขึ้นเขาและเป็นที่มึดเปลี่ยว จากนั้นตนถามผู้ตายว่าจำได้หรือไม่ว่าผู้ตายเคยพาพรรคพวกมารุมทำร้ายตนจนหัวแตก ผู้ตายจำได้และตกใจพยายามจะวิ่งหนี ตนกระชากแขนพร้อมกับชกใบหน้า 2 ครั้ง จนผู้ตายพลัดตกลงไปที่ไหล่เขาด้านล่าง ลึกประมาณ 3-4 เมตร

เมื่อตามไปดู พบว่านอนนิ่งหายใจรวยริน จึงอุ้มนำร่างผู้ตายขึ้นมาแล้วใช้ก้อนหินทุบไปที่บริเวณใบหน้าและหลังศีรษะผู้ตายรวม 3 ครั้งจนแน่นิ่งจึงจับถอดกางเกงมัดขา กระชากเสื้อชั้นในจนขาดแล้วนำมามัดมือสองข้างไพล่หลัง ขณะนั้นไม่ทราบว่าผู้ตายเสียชีวิตหรือยังแต่ตนเกิดอารมณ์ทางเพศจึงพยายามจะข่มขืนผู้ตายแต่ไม่สำเร็จเนื่องจากอวัยวะเพศไม่แข็งตัว จึงทิ้งร่างผู้ตายไว้ จากนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดแล้วหลบหนี โดยซื้อตั๋วรถไฟมุ่งหน้าลงใต้ แต่นั่งรถไฟย้อนกลับไปที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่ออำพรางการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นจึงนั่งรถไฟมายังสถานีรถไฟหนองคาย เจตนาจะหลบหนีข้ามไป สปป.ลาว แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ดังกล่าว

ทั้งนี้ขณะทำแผนประกอบคำรับสารภาพมีชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงที่ทราบข่าวกว่า 100 คนเดินทางมามุงดู ตะโกนด่าทอนายอดิเรกด้วยความแค้นที่มาก่อเหตุในเขตวัด และพยายามแหวกวงล้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามารุมประชาทัณฑ์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

Advertisement