สัพเพเหระคดี : ต้องจ่าย : โดย โอภาส เพ็งเจริญ

24.09.18 | 13:00 น.

คุณจำนูญขับรถชนท้ายรถคุณโผงเสียหายยับเยิน ขณะที่จอดรอเลี้ยวกลับรถอยู่ในช่องทางเดินรถขวาสุดติดกับเกาะกลางถนน

รถคุณจำนูญด้านหน้าพังเช่นกัน แต่ที่น่าสนใจเพิ่มขึ้น คือบริเวณห้องเครื่องยนต์ของรถคุณจำนูญพบกระสอบปุ๋ยใส่พืชกระท่อมซุกเอาไว้ ความมาแตกเอาตอนขับรถชนนี่ละ

คุณโผงซ่อมรถไป 109,000 บาท กับไม่มีรถใช้อยู่ 175 วัน

คุณโผงมาฟ้องคุณจำนูญและบริษัทประกันภัยของคุณจำนูญขอให้ร่วมกันชำระเงิน ทั้งค่าซ่อมรถ และค่าเช่ารถใช้ 175 วัน คิดเป็นค่าเช่ารถ 175,000 บาท รวมเป็นค่าเสียหาย 285,000 บาท

คุณจำนูญรับว่าขับชนจริง แต่บริษัทประกันภัยสิต้องจ่าย เพราะมีประกันภัยอยู่

Advertisement

บริษัทประกันภัยต่อสู้คดีว่าไม่ต้องจ่าย เพราะคุณจำนูญขับรถขนของผิดกฎหมาย ในกรมธรรม์ระบุไว้แล้วเป็นข้อยกเว้น คือถ้าขนของผิดกฎหมายแล้วเกิดเหตุมาบริษัทจะไม่จ่าย

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้คุณจำนูญจ่าย 159,000 บาท ยกฟ้องบริษัทประกันไป

คุณโผงอุทธรณ์คดี

ศาลชั้นอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คุณจำนูญและบริษัทประกันร่วมกันจ่าย 159,000 บาท

บริษัทประกันภัยฎีกาคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การใช้รถยนต์ในทางผิดกฎหมาย โดยใช้ขนยาเสพติดตามข้อ 7.2 หมวดการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกนั้น มีเจตนายกเว้นการใช้รถยนต์เพื่อประโยชน์ในการทำผิดกฎหมายโดยตรงเท่านั้น

กรณีตำรวจตรวจค้นพบพืชกระท่อมบรรจุถุงปุ๋ยซุกซ่อนอยู่บริเวณช่องว่างของเครื่องยนต์ แสดงให้เห็นเจตนาของคุณจำนูญว่า ต้องการใช้รถกระบะเพื่อซุกซ่อนพืชกระท่อมเท่านั้น

ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่า คุณจำนูญใช้รถกระบะในทางผิดกฎหมายโดยใช้ขนยาเสพติดโดยตรง

การกระทำของคุณจำนูญจึงยังไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้นความรับผิดตามข้อ 7.2

บริษัทประกันภัยในฐานะผู้รับประกันภัยจึงต้องร่วมรับผิดกับคุณจำนูญด้วย

พิพากษายืน

คุณโผงค่อยใจชื้นขึ้นหน่อย ถ้าบังคับเอากับคุณจำนูญไม่ได้ หรือได้ไม่ครบ อย่างไรเสียก็สามารถบังคับคดีเอากับบริษัทประกันภัยได้ละ

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 733/2561)
———————————————
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 887 อันว่าประกันภัยค้ำจุนนั้น คือสัญญาประกันภัยซึ่งผู้รับประกันภัยตกลงว่าจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย เพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ

บุคคลผู้ต้องเสียหายชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามที่ตนควรจะได้นั้นจากผู้รับประกันภัยโดยตรง แต่ค่าสินไหมทดแทนเช่นว่านี้หาอาจจะคิดเกินไปกว่าจำนวนอันผู้รับประกันภัยจะพึงต้องใช้ตามสัญญานั้นได้ไม่ ในคดีระหว่างบุคคลผู้ต้องเสียหายกับผู้รับประกันภัยนั้น ท่านให้ผู้ต้องเสียหายเรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาในคดีด้วย

อนึ่ง ผู้รับประกันภัยนั้นแม้จะได้ส่งค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว ก็ยังหาหลุดพ้นจากความรับผิดต่อบุคคลผู้ต้องเสียหายนั้นไม่ เว้นแต่ตนจะพิสูจน์ได้ว่าสินไหมทดแทนนั้นผู้เอาประกันภัยได้ใช้ให้แก่ผู้ต้องเสียหายแล้ว