เก๋งฝ่าไฟแดงพุ่งชนมอ’ไซค์จนร่างกระเด็นเสียชีวิต (ชมคลิป)

27.09.18 | 10:18 น.

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 27 กันยายน ร.ต.อ.พีรพงษ์ โพธิ์ศรี รอง สว.(สอบสวน) สน.สามเสน รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งฝ่าไฟแดง พุ่งชนรถจักรยานยนต์และเสาไฟฟ้า มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณกลางสี่แยกการเรือน ถนนราชวิถี แขวง-เขตดุสิต จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ภาษิต ไพรัตน์ รองผกก.จร.สน.สามเสน เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.สามเสน แพทย์นิติเวช รพ.วชิรพยาบาล และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง


ที่เกิดเหตุบริเวณแยกการเรือน ฝั่งถนนราชวิถี พบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีเหลือง เลขทะเบียน 4 กก 5868 กรุงเทพมหานคร สภาพหน้ารถพังยุบเสียหายเกือบถึงห้องโดยสาร ประตูหน้าฝั่งคนขับมีรอยบุบ และกระจกหูช้างคนขับหลุด พุ่งชนอัดติดกับเสาไฟฟ้าจนเอียง ใกล้กันที่พื้นฝั่งถนนนครราชสีมา พบศพนายดลชัย เดชเดชากุล อายุ 21 ปี สภาพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดสีดำ เสื้อคลุมแจ๊กเก็ตสีดำลายน้ำเงิน กางเกงยีนส์ขายาว ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นแอร็อกซ์ สีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพด้านหน้ารถพังเสียหายยับเยิน ล้อหน้าเกือบหลุด ถัดไปอีกนิดพบรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นพรีอุส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ญข 3500 กรุงเทพมหานคร มีลอยถลอกเล็กน้อย ฝั่งประตูคนขับ

เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดการจราจรชั่วคราวฝั่งมุ่งหน้าถนนนครราชสีมา ส่งผลกระทบให้ถนนนครราชสีมาและถนนราชวิถี ติดขัดเนื่องจากเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน ก่อนนำศพส่งนิติเวช รพ.วชิรพยาบาล และเคลื่อนย้ายรถที่เกิดอุบัติเหตุออกจากจุดเกิดเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บ 3 ราย ทราบชื่อนายทิวากร ดุตแถลง อายุ 25 ปี คนขับรถฮอนด้า แจ๊ส น.ส.พรรณนิภา อินทะวงษ์ อายุ 29 ปี โดยสารในรถแจ๊ซ บาดเจ็บเล็กน้อยจากแรงกระแทก นำส่ง รพ.เปาโล พหลโยธิน และผู้บาดเจ็บหญิง ขาซ้ายหัก อายุประมาณ 25-30 ปี ซ้อนท้ายรถจยย.ยามาฮ่า แอร็อกซ์ นำส่ง รพ.วชิรพยาบาล

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณแยกการเรือน พบว่า รถแจ๊ซ ขับมาตามถนนนครราชสีมาจากแยกสวนรื่นฤดี มุ่งหน้าแยกการเรือน ก่อนจะฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดงพุ่งชน รถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ที่ได้สัญญาณไฟเขียว ที่อยู่บนถนนราชวิถี จากแยกซังฮี้ มารอสัญญาณไฟที่แยกการเรือนเข้าอย่างจัง จนคนขับและคนซ้อนกระเด็นตกจากรถกระแทกพื้น และรถ จยย.ยังลื่นไถลไปถูก รถพรีอุส ที่จอดติดไฟแดงอยู่

Advertisement

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำผู้บาดเจ็บ รายละเอียดส่วนบุคคล และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะแจ้งข้อหา ซึ่งในส่วนของผู้ขับรถแจ๊ซ เข้าข่ายความผิด ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย เพื่อดำเนินคดีต่อไป