เปิดใจ! อดีตจำเลยถูกซ้อมบังคับรับสารภาพค้ายาบ้า ฟ้องแพ่งกลับเรียกค่าเสียหาย 30 ล้าน

27.09.18 | 14:42 น.

วันที่ 27 กันยายน ที่ จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง 63 พิจารณาคดี นายราชศักดิ์ เจริญรุ่งเรือง อายุ 31 ปี ชาว จ.ปราจีนบุรี อดีตจำเลยที่ศาลฎีกาพิพากษาถึงที่สุด ให้ยกฟ้องครอบครองยาบ้า มอบอำนาจให้นายธนากร เจริญรุ่งเรือง บิดาและทนายความ มายื่นฟ้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เป็นจำเลย ในความผิดเรื่องละเมิด พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทนจำนวน 30 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ทั้งนี้ศาลได้ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ พ.2585/2561 และนัดชี้สองสถาน (นัดพร้อมคู่ความ) ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 09.00 น.


นายธนากรกล่าวว่า บุตรชาย ถูกตำรวจสังกัดกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ทั้งหมด 8 นาย ร่วมกันจับกุมและแจ้งข้อหาครอบครองยาบ้าเพื่อจำหน่าย ขณะไปติดต่อซื้อไก่ชนจากหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งตำรวจค้นบ้านพักของหญิงดังกล่าว พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ประมาณ 700 เม็ด เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.57 ตลอดเวลาบุตรชายยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่ถูกซ้อมบังคับให้รับสารภาพและบังคับเอาทรัพย์สินเป็นแหวนทองคำ สร้อยพระเครื่องมูลค่าหลักแสนบาทไป

นายธนากรกล่าวอีกว่า ตนและลูกชายต่อสู้คดีมาตลอดโดยมีพยานหลักฐานหลายอย่างชัดเจนว่าลูกตนไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด กระทั่งวันที่ 26 มี.ค.58 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ฐานครอบครองยาบ้า 10 เม็ดโทษจำคุกให้รอลงอาญา และยกฟ้องข้อหาร่วมกันมียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ต่อมาศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 มี.ค.59 ให้ยกฟ้อง เช่นเดียวกับศาลฎีกาที่พิพากษาเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 61 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานขัดกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏ

ขณะที่บุตรชายต้องถูกคุมขังในเรือนจำ นานกว่า 1 ปีโดยไม่มีความผิด ถูกซ้อมทรมาน เสียชื่อเสียง ต้องถูกให้ออกจากงานพนักงานการไฟฟ้าของบริษัทเอกชน ขาดประโยชน์จากรายได้ และต้องเสียประโยชน์จากสวนมะนาวกว่า 20 ไร่และไก่ชนนับร้อยตัว จึงเรียกค่าเสียหายเป็นค่าสินไหม ชดเชย พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 รวมเป็นเงินกว่า 30 ล้านบาท

Advertisement

ด้านนายราชศักดิ์ กล่าวถึงเหตุการณ์ย้อนหลังว่า “ก่อนเกิดเหตุเป็นคนเลี้ยงไก่ชน ตนได้ไปติดต่อซื้อไก่ชนตัวเก่งกับ นางศิริวรรณ ที่เธอบอกว่าไม่สามารถตัดสินใจขายได้ เนื่องจากเป็นไก่ของสามี และสามีต้องโทษคดียาเสพติดในเรือนจำ จ.ปราจีนบุรี จึงไปสอบถามกับสามีของนางศิริวรรณ ที่ต้องโทษอยู่ในเรือนจำจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมได้ไปเยี่ยมในเรือนจำและตกลงซื้อขายกัน

และระหว่างเดินทางกลับมีนางศิริวรรณ นั่งรถมาด้วย ตนเป็นคนขับ พอมาถึงโรงแรมพัฒธามีรถยนต์ ตร.ปาดหน้า พร้อมนำไป สภ.เมืองปราจีนบุรี มีการตรวจค้นตัว มี ตร. 2 นายบอกมึงถอดแหวนให้กูพร้อมเข้ามาประชิดตัว และดึงออกแต่เอาไปไม่ได้เนื่องจากแหวนคับ

จากนั้น ตร.นำมาที่บ้านนางศิริวรรณ เพื่อตรวจค้นหายาเสพติด โดยตนอยู่บนรถยนต์ ได้มีการถอดแหวนพร้อมสร้อยคอรุ่น 1 หลวงพ่อเท้าไปด้วย

ด้านนายธนากรกล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ตนสู้คดีจนศาลยกฟ้องแล้ว ยอมรับว่าเหนื่อยกับการต่อสู้ขอความยุติธรรมให้ลูก บัดนี้ศาลยกฟ้องแล้วอยากให้ตำรวจตระหนักถึงการจับกุมคดีต่างๆ ให้ดีถ้ามีหลักฐานจับเลย แต่กรณีลูกชายไม่ได้เป็นอย่างนั้น เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ถูกจับซ้อมให้รับสารภาพและรูดทรัพย์ของผู้ต้องหาไปแบบเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ตนกับครอบครัวพร้อมที่จะให้อภัยเสมอ ถ้าชุดจับกุมหันหน้ามาคุยกันขอร้องอย่าทำแบบนี้อีก