เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 24 เมษายน พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. พล.ต.ต.เพชรัตน์ แสงไชย รอง ผบช.ปส.พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ ทั่งทอง ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ ผบก.ปส.3 ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 6 ราย ประกอบด้วยนายหลังหน สิเด็น อายุ 67 ปี ชาวจ.กระบี่ น.ส.ทัดดาว ปูหา อายุ 25 ปี ชาวจ.เชียงราย นางนาวา ใหม่แก้ว อายุ 37 ปี ชาวจ.เชียงราย นายทินกร พุ่มพวง อายุ 25 ปี ชาวจ.กระบี่ นายวัฒนา ห้วยลึก อายุ 23 ปี ชาวจ.กระบี่ และน.ส.สุจิตรา สิเด็น อายุ 25 ปี ชาวจ.กระบี่ ขณะลำเลียงยาเสพติดล่องใต้ พร้อมของกลางยาบ้า 20,000 เม็ด รถยนต์กระบะ อีซุซุ สีเทา ทะเบียน กร 440 เชียงราย รถยนต์เก๋ง โตโยต้า สีเทา ทะเบียน กย 7966 ภูเก็ต โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง
พล.ต.ท.เรวัช กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือล่องลงมาสู่ภาคใต้โดยใช้รถยนต์กระบะ อีซุซุ สีเทา ทะเบียน กร 440 เชียงราย รถยนต์เก๋งโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน กย 7966 ภูเก็ต จึงได้สั่งการให้กองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตรวจสอบจนกระทั่งพบรถยนต์ทั้ง 2 คันดังกล่าว จอดอยู่ที่บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.ศิวธนากาญจน์ ต.ท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจสอบรถทั้ง 2 คัน โดยมีนายหลังหน เป็นผู้ขับขี่ และมี น.ส.ทัดดาว นายทินกรและ น.ส.นาวา นั่งคู่มาเบาะด้านหลัง ส่วนรถยนต์เก๋งพบนายวัฒนา เป็นผู้ขับขี่และมีน.ส.สุจิตรา ภรรยานั่งกันมา จากการตรวจค้นภายในรถยนต์กระบะ อีซุซุ สีเทา ทะเบียน กร 440 เชียงราย รถพบของกลางยาบ้าซุกซ่อนอยู่ที่บริเวณที่เก็บเครื่องมือจึงได้ทำการตรวจยึด
พล.ต.ท.เรวัช กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนนายหลังหน ให้การรับสารภาพว่าได้เดินทางขึ้นไปรับของจากเชียงรายและลำเลียงลงไปส่งยังภาคใต้กลุ่มนี้จะมีลักษณะทำงานแบบครอบครัว คือ นายหลังหน พ่อของ น.ส.สุจิตรา ส่วน นายวัฒนาสามี น.ส.สุจิตรา นายทินกร เป็นเพื่อนสนิทกับนายวัฒนา น.ส.ทัดดาวภรรยานายทินกร และนางนาวาเป็นน้าสาว น.ส.ทัดดาว ซึ่งจะเป็นคนจัดหายาเสพติดให้
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาว่า”ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทเฟตามินหรือยาบ้า)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


