“สรจักร เกษมสุวรรณ”ร้องดีเอสไอ-กองปราบ เอาผิดอดีตผู้บริหารระดับสูง มูลนิธิเพื่อสันติภาพฯยักยอกเงินบริจาค

4.10.18 | 13:55 น.

เมื่อวันที่เวลา 09.00 น.วันที่ 4 ต.ค.ที่กรมสอบสวนคีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการมูลนิธิเพื่อสันติภาพและความปรอง ดองเอเชีย (API)เข้ายื่นหนังสือต่อพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารระดับสูงของมูลนิธิฯ รายหนึ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินบริจาคของมูลนิธิฯ โดยมี พ.ต.ต. วรณัน ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ เป็นผู้รับเรื่อง

นายสรจักร กล่าวว่า ได้รับมอบอำนาจให้เป็นตัวแทนมูลนิธิเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย ที่มีนายเตช บุนนาค เป็นประธานมูลนิธิฯ โดยในช่วงปลายปี 2560 ถึงต้นปี 2561 ตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานเป็นผู้รับเงินบริจาคและเป็นผู้บริหารระดับสูงของมูลนิธิฯ ใช้ชื่อบุคคลภายนอกเพื่อรับเงินจากผู้บริจาค แล้วไม่นำเงินเข้าบัญชีของมูลนิธิตามปกติ นายเตชจึงแต่งตั้งให้ตนเป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่ามีการยักยอกเงินจริง เบื้องต้นความเสียหายประมาณ 500,000 บาท แต่ยังไม่ใช่ตัวเลขที่ชัดเจน เพราะยังมีการบริจาคในรูปของเงินสดซึ่งไม่สามารถรู้ตัวเลขที่ชัดเจน จึงต้องขอให้ดีเอสไอตรวจสอบบัญชีเงินฝากย้อนหลังทั้งหมด

 
นายสรจักร กล่าวอีกว่า มูลนิธิเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชียจัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างประโยชน์ และสร้างความปรองดองในเอเชียในด้านต่างๆเช่น การสร้างสันติภาพในทะเลจีนใต้ การทูต การเมือง นโยบายความปรองดองในภูมิภาค การประนีประนอม ซึ่งมูลนิธิฯได้มีการรับปริจาคเพื่อสนับสนุนการทำงานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและการปรองดองแห่งเอเชีย( APRC) อย่างไรก็ตาม หลังจากยื่นคำร้องกับดีเอสไอแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหายักยอกทรัพย์กับบุคคลทั้ง 2 ราย คือ ผู้เปิดบัญชี และบุคคลระดับสูงที่มีชื่อเสียงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากเปิดเผยตำแหน่งก็ทราบทันทีว่าเป็นใคร

พ.ต.ต. วรณัน กล่าวว่า หลังจากดีเอสไอรับเรื่องแล้วจะตรวจสอบเอกสารข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่ารายละเอียดในคดีมีมูลเพียงพอให้รับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ คงต้องใช้เวลาเนื่องจากเอกสารที่นายสรจักรนำมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบนั้นมีเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หากเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษจะเสนอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษรับไว้สอบสวนแต่หากไม่เข้าเงื่อนไข ตามกฎหมายจะประสานส่งต่อให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงรับสำนวนคดีไปดำเนินการต่อไป

Advertisement

รายงานจากพนักงานสอบสวนกองปราบปราม แจ้งว่าเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมานายสรจักร ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อพนักงานสอบสวนกองปราบเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายเอ และ นายบี (สงวนชื่อนามสกุลจริง) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯพร้อมพวกที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกทรัพย์เงินบริจาคของมูลนิธิฯ หลังจากเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมาทางมูลนิธิได้มอบหมายให้นายเอ เป็นผู้ประสานงานกับ ชาวจีนรายหนึ่งที่ประสงค์อยากจะมอบเงินบริจาคให้กับทางมูลนิธิเป็นจำนวนเงินกว่า 480,000 บาท

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า นายเอก็ได้แจ้งให้ชาวจีนโอนเงินเข้าบัญชีของนายบีแทนการโอนเข้าบัญชีของมูลนิธิซึ่งแบ่งเป็น 2 ครั้ง ครั้งแรกโอนเงินเป็นจำนวน 3,000 ดอลล่าห์ และครั้งที่สองโอนเข้าในบัญชีเดียวกัน 12,000 ดอลล่าห์ รวมเป็นเงินประมาณ 480,000 บาท ซึ่งทางมูลนิธิฯไม่ได้ทราบเรื่อง จนกระทั่งเดือนกรกฎาคม 2561 ตัวแทนมูลนิธิคนหนึ่งได้ติดต่อกับชาวจีนคนดังกล่าว จึงทราบเรื่องว่าถูกยักยอก ต่อมาได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับผู้ที่เกี่ยวข้องจนพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จนวันที่ 28 กันยายน นายสรจักรจึงได้รับมอบหมายจากมูลนิธิให้มาแจ้งความต่อพนักงานสอบ

แหล่งข่าวระบุอีกว่าขณะนี้คดีกำลังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา จึงขอสงวนชื่อนามสกุลของผู้ถูกกล่าวหาเพื่อรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร