กลุ่มคนร้าย 6 คน บุกก่อเหตุทำร้ายร่างกายสองสามีภรรยาชาวไทยเชื้อสายมอญถึงในบ้าน ภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนสามีถูกทำร้ายเสียชีวิตคาที่ ขณะที่ลูกสาววัย 13 ปี แอบอยู่หลังประตูห้องนอน รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด ตร.แปลกใจไม่แตะต้องทรัพย์สิน
เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 4 ตุลาคม ร.ต.อ.ธารา น้าวานิช รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า เกิดเหตุคนร้ายบุกเข้าทำร้ายสองสามีภรรยาร้านขายของชำ ที่บ้านเลขที่ 99/51 หมู่ 6 บ้านป่ายุบ ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีผู้บาดเจ็บ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีรพงษ์ ฤทธิ์จรูญ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.พหลพลพยุหเสนา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์
เมื่อไปถึงพบว่า นางสาวชะเอม ไม่มีนามสกุล อายุ 42 ปี ชาวไทยเชื้อสายมอญ ซึ่งถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส สภาพเลือดท่วมตัว เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ได้รีบช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลฯ เพื่อให้แพทย์ช่วยชีวิตเป็นการเร่งด่วน ไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วน นายเม็ด ไม่มีนามสกุล อายุ 40 ปี ชาวไทยเชื้อสายมอญ สามีของ นางสาวชะเอม ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกทำร้ายในลักษณะเดียวกัน ซึ่งระหว่างที่เจ้าหน้าที่พยายามที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลฯ เกิดทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากการชันสูตรพบบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งเข้าที่บริเวณศรีษะ และถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่ลำตัวหลายแห่ง
จากการตรวจสอบภายในบ้านซึ่งเปิดร้านขายของชำ พบร่องรอยของการต่อสู้ ข้าวของภายในร้านกระจัดกระจาย และมีคราบเลือดกระจายเต็มพื้นและผนังห้อง ในที่เกิดเหตุพบท่อนไม้ที่คนร้ายใช้เป็นอาวุธถูกทิ้งไว้ 2 จุด คือ จุดแรกที่บริเวณหน้าห้องนอน และจุดที่สองที่ริมถนนป่าข้างทางบริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบถาม เด็กหญิงเอ(นามสมมติ) อายุ 13 ปี บุตรสาวของ นายเม็ด ผู้ตาย และ นางสาวชะเอม ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ทราบว่า นายเม็ด ผู้ตาย และ นางสาวชะเอม ทำงานรับจ้างและเปิดร้านขายของชำ ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 22.15 น. ขณะที่ นางสาวชะเอม กำลังนั่งคิดเงินจากการขายของอยู่ภายในร้าน ได้มีกลุ่มชายไม่ทราบชื่อจำนวน 6 คน สวมใส่หมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า บุกเข้ามาภายในร้าน ก่อนจะลงมือใช้ไม้ทุบตีและใช้อาวุธมีคมแทงนางสาวชะเอม จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อนางสาวชะเอม ร้องขอความช่วยเหลือ นายเม็ด ซึ่งอยู่ภายในห้องนอน พยายามที่จะวิ่งออกมาช่วยภรรยาที่ถูกทำร้าย แต่ก็ถูกกลุ่มคนร้ายบุกเข้ามาใช้ไม้ทุบตีและใช้อาวุธมีคมจ้วงแทงจนเสียชีวิต ขณะที่ เด็กหญิงวริศรา ซึ่งอยู่ภายในห้องนอนกับ นายเม็ด ถูกประตูห้องนอนที่คนร้ายพังเข้ามาบังร่างเอาไว้ จึงไม่ถูกทำร้ายและสามารถรอดชีวิตมาเล่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้ โดยหลังก่อเหตุ คนร้ายทั้ง 6 คน ได้ขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ที่สตาร์ทเครื่องจอดทิ้งไว้บริเวณหน้าร้านขับหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
หลังลงพื้นที่เกิดเหตุ พ.ต.อ.ธีรพงษ์ ฤทธิ์จรูญ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดที่คาดว่าคนร้ายใช้เป็นเส้นทางในการเข้ามาก่อเหตุและใช้เป็นเส้นทางหลบหนี เพื่อติดตามหารถรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุเป็นหลักฐานในการติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบมูลเหตุในการก่อเหตุของคนร้าย เนื่องจาก เด็กหญิงเอ ลูกสาวของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ยืนยันว่า ที่ผ่านมาพ่อและแม่ของตนไม่เคยมีปัญหากับใครมาก่อน ขณะที่หลังเกิดเหตุ คนร้ายไม่ได้แตะต้องทรัพย์สินของทั้งสองคนแต่อย่างใด จึงไม่น่าจะใช่เรื่องของการชิงทรัพย์ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบปากคำเพื่อนร่วมงานของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มเติม เพื่อหามูลเหตุในการก่อเหตุของคนร้าย รวมทั้งติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 6 คนมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

