เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม.พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รรท.รอง ผบช.สตม. พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รรท .ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รรท.ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รรท.ผบก.จร. ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการทำสำนวนคดีสหกรณ์ตำรวจภูธรจังหวัดเลยและรับมอบเงินจากผู้ต้องหาที่ประสงค์ที่จะนำเงินที่จะเชื่อว่าได้จากการกระทำความผิดมามอบคืนให้กับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยก่อนที่ทางคณะของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ จะแถลงข่าวมีกลุ่มข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดเลยที่ทราบข่าวการเดินทางมาปฏิบัติราชการของคณะมาดักรอนำดอกไม้เพื่อมาให้กำลังใจกับชุดทำงาน
สำหรับการมอบเงินครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สอง หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการรับมอบเงินเป็นจำนวนกว่า 13,000,000 บาท มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยครั้งนี้มีการรับมอบเงินคืนเป็นจำนวน 10,520,000 บาท จากผู้ต้องหา 10 ราย
พล.ต.ท.สุรชัย กล่าวว่าภาพรวมของคดีมีความคืบหน้าไปมากตำรวจทำการตรวจสอบผู้ร่วมกระทำความผิดกว่า 42 รายและมีการแจ้งข้อกล่าวหา 31 ราย เหลือ 11 รายที่อยู่ระหว่างการเดินทางเข้ามาให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา การดำเนินการในแต่ละขั้นตอนนั้นทางตำรวจมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อหาความเชื่อมโยงขณะนี้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากลุ่มหัวแถวหรือหัวหน้าขบวนการในแต่ละสาย จากการดำเนินการอย่างจริงจังทำให้ผู้ร่วมลงทุนบางรายทราบว่าเงินที่ได้รับจากการปันผลเป็นเงินที่ได้รับจากการกระทำความผิดก็นำมามอบให้เป็นของกลางในคดีอาญา หลังจากนี้จะเรียกคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินการสำนวนคดีนี้เพื่อที่จะส่งให้กับอัยการสั่งฟ้องวันพุธที่ 10 ตุลาคม พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางมาตรวจสำนวนความเรียบร้อยเพื่อที่จะสรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้องต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ที่เปิดเผยว่ารับมอบหมายลงมาตรวจสอบคดีนี้ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 4 เพื่อเตรียมที่จะสรุปสำนวนส่งให้กับอัยการในส่วนคดีนี้ทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนมีหน้าที่ในการทำความจริงให้ปรากฏชัดเจนขึ้นซึ่งคดีมีความคืบหน้าไปมาก ในส่วนทรัพย์สินที่ยึดอายัดจากกลุ่มผู้กระทำความผิดดำเนินการยึดรวมแล้ว 220 กว่าล้านบาท นับว่าเพียงพอที่จะคืนให้ข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยสัปดาห์หน้าจะมีการมอบเงินคืนให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดเลยส่วนหนึ่งซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการแสดงความมั่นใจให้กับข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อยให้เกิดความมั่นใจ จะไม่ถูกทอดทิ้ง ในส่วนของการติดตามตัว น.ส.ธิญาดา วิภาวรกานต์ หรือ นุช ที่ถูกออกหมายเรียกในคดีเดียวกับพล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช ในฐานความผิดร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และข้อหาร่วมกันฉ้อโกงที่ยังคงหลบหนี สั่งการให้ชุดสืบสวน ศปอส.ตร.เร่งดำเนินการติดตามตัวมาดำเนินคดี
ซึ่ง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบในฐานข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่าผู้ต้องหารายนี้ยังไม่มีการเดินทางออกนอกประเทศ พร้อมทั้งนำหมายจับของตัวผู้ต้องหาขึ้นบัญชีแบล็คลิสไว้แล้วอีกทั้งสั่งการไปยังหัวหน้าด่านทั่วประเทศให้เฝ้าระวัง และตรวจสอบอย่างเข้มงวด พร้อมกำชับให้หัวหน้าด่านโดยเฉพาะตามแนวตะเข็บชายแดนให้เพิ่มมาตรการเข้มงวดตามช่องทางธรรมชาติและด่านพรมแดนในการตรวจสอบบุคคลที่มีหมายจับเพื่อป้องกันการหลบหนี ขณะเดียวกันเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาชุดสืบสวนตรวจค้นบ้านของ พล.ต.ต.สุทิพย์ และพวกที่ย่านปิ่นเกล้าและนนทบุรีเพื่ออายัดทรัพย์สินโดยทำการยึดทรัพย์สินมาจำนวนหนึ่ง
พล.ต.ต.กฤษกร กล่าวว่า ในส่วนของการดำเนินการขยายผลก็ต้องดำเนินการขยายผลอย่างต่อเนื่องหากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะเริ่มดำเนินการขยายผลให้ถึงที่สุดโดยบางคนที่รับเงินไปแล้ว อย่าชะล่าใจว่าตำรวจไม่ดำเนินคดี ถึงท่านจะไม่โดนเรื่องฉัอโกงประชาชน ผู้ให้ผู้รับโดนหมดซึ่งจะขยายผลเรื่องคดีอาญาฟอกเงิน ขอให้นำเงินมาคืน และขอบคุณที่นำเงินมาคืน ซึ่งเป็นสาระสำคัญในการพิจารณาของศาล

