วันที่ 25 เมษายน เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.บ้านผือ อุดรธานี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมรับฟังความคืบหน้าคดี “สุสานเผานั่งยาง” กับหัวหน้าหน่วยและทีมสอบสวน-สอบสวน สภ.บ้านผือ และ ภ.จว.อุดรธานี โดยภายหลังจาก พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ มอบแนวทางการสืบสวน-สอบสวน ได้เดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้ให้ พล.ต.ท.ปิยะ สอนตระกูล ผช.ผบ.ตร. เป็นประธานที่ประชุมต่อ รับรายงานการเก็บวัตถุพยานที่เกิดเหตุ ในส่วนเถ้ากระดูกได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ ที่สถาบันนิติเวชตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนวัตถุพยานอื่นจะถูกส่งไปพิสูจน์หลักฐาน ได้ประสานโดยตรงกับผู้รับผิดชอบ จะเร่งดำเนินการให้ทันที แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะตรวจเสร็จเมื่อใด อาจจะใช้เวลากว่า 2 สัปดาห์
รายงานระบุว่า จากการสอบสวนให้ทีมพนักงานสอบสวน แบ่งคดีออกเป็น 23 สำนวน ตามจำนวนจุดที่พบร่องรอยการเผา โดยมีพนักงานสอบสวน 3 ทีม แบ่งไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและรวดเร็ว ขณะเดียวกันได้มอบให้ สภ.บ้านผือ รับเรื่องร้องขอจากประชาชน กรณีญาติพี่น้องสูญหาย ต้องการให้ตรวจเปรียบเทียบกับจุดที่พบ ซึ่งมีประชาชนเดินทางมา ติดแจงเบื้องต้นมาทางโทรศัพท์ และตำรวจลงไปติดตามคดีแจ้งคนหาย ทั้งหมดมีรวมกว่า 17 รายแล้ว
ส่วนคดีที่จะนำขึ้นมาดูใหม่ 2 คดี คือ คดีนางกุหลาบ อินทร์ศรี อายุ 48 ปี แม่แอร์โฮสเตส ถูกอุ้มหายออกจากบ้านพักตำรวจ สภ.บ้านเทื่อม อ.บ้านผือ 8 ม.ค.53 ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ ยอมรับจ้างตำรวจอุ้มไปฆ่า แต่หาศพไม่พบทีมฆ่าพ้นผิด ซึ่งญาติส่งสัยว่าศพนางกุหลาบ อาจจะถูกอุ้มมาเผาจุดนั้นด้วย ได้นัดพบกับรอ ผบ.ตร.วันศุกร์นี้ที่ สตช. และอีกคดีกรณี นางบังอร ทองอ่อน อายุ 57 ปี นายทุนเงินกู้ บ.ดงบัง ต.โนนทอง อ.บ้านผือ หายออกจากบ้านตั้งแต่ 7 เม.ย.57 ตรวจพบถูกนำมาเผาเมื่อ 9 มิ.ย.57 การสืบสวนพบตำรวจบ้านผือมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่จับกุมดำเนินคดีใครไม่ได้ เหตุพยานไม่มีใครยอมปริปาก

โดยขณะจะแถลงผลการประชุม นายดารา พาไสย์ อายุ 60 ปี จาก บ.สามัคคี ต.สามัคคี อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ได้เข้าไปพบ พล.ต.ท.ปิยะ ร้องขอความเป็นธรรม กรณีถูกออกหมายจับพัวพันค้ายาบ้า ทั้งที่ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง ถูกตำรวจ 4 นายเอาหมายมาจับ แต่กลับอุ้มไปรีดเอาเงิน 560,000 บาท ข่มขู่จะเอาไปเผานั่งยาง ทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสินมาให้ เมื่อถูกปล่อยตัวต้องสู้คดี และได้ร้องเรียนตำรวจ 4 นาย ขณะนี้พ้นผิดคดียาบ้าแล้ว แต่การร้องเรียนไม่คืบหน้า และยังถูกข่มขู่จากผู้ไม่หวังดีด้วย ซึ่งตำรวจชี้แจงว่า หลังรับเรื่องร้องเรียน ได้ส่งไปให้ ปปท.ดำเนินการตั้งแต่ มิ.ย.58 แล้ว
พล.ต.ท.ปิยะ สอนตระกูล เปิดเผยว่า ทาง ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ตนลงมาควบคุมดูแลการปฏิบัติ ซึ่งที่ผ่านมาทั้งแต่ทราบเหตุ ซึ่งที่ผ่านมาทุกฝ่ายทำงานกันอย่างเต็มที่ จากหลักฐานและซากกระดูกที่เก็บเพิ่มจากการสแกนพื้นที่วานนี้ ซากกระดูกเก็บส่งไปยังสถาบันนิติเวช กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อตรวจหาดีเอ็นเอ โดยนักวิทยาศาสตร์ที่จบทางด้านชีววิทยา และผู้เชี่ยวชาญระดับสารวัตร 3 นาย เป็นผู้ตรวจสอบ เพื่อที่จะได้ไขปมปัญหาต่าง ๆ ให้ประชาชนที่ผู้ที่เกี่ยวข้องคลายความสงสัย

“ผู้ที่ต้องการร้องเรียน แจ้งความบุคคลสูญหาย สามารถแจ้งทาง สภ.บ้านผือ และ ภ.จว.อุดรธานี ซึ่งเมื่อรับแจ้งทางคณะทำงานสืบสวนสอบสวนทั้ง 3 ชุด จะแยกกันตรวจ เพื่อที่จะได้รวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะว่าทราบถึงความเดือดร้อนใจของประชาชนที่มีผู้สูญหายในครอบครัว โดยเราจะทำให้เกิดความกระจ่างให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ทุกอย่างคงต้องใช้ระยะเวลา ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอจากกระดูกก่อน คงต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ ” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว
พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวอีกว่า ส่วนคดีที่มีความชัดเจนในเรื่องผู้ที่สูญหาย หรือผู้ที่เคยถูกอุ้มมาก่อน เราจะนำทุกเรื่องมาเป็นตัวตั้ง สิ่งใดที่มีพยานหลักฐานหรือไม่มีเราให้ความสำคัญเท่ากัน ไม่มีการแบ่งว่าทำคดีไหน ไม่ทำคดีไหน เราจะทำทุกเรื่องทุกคดี ในส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่เราต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุด จากนั้นจึงจะมาสรุปอีกครั้ง ส่วนจะว่าผู้ที่กระทำเป็นคน ๆ เดียวกันหรือไม่ ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ แต่ตนให้ความมั่นใจได้ว่า ทุกเรื่องที่มีผู้เคลือบแคลงสงสัย เราจะทำการหาคำตอบอธิบายให้ได้

