สาง’ระบบเถื่อน’ ป่าช้า’เผานั่งยาง’

26.04.16 | 09:43 น.

คดี “เผานั่งยาง” มีให้เห็นกันมาต่อเนื่องกันมายาวนาน ทั้งเป็นฝีมือของคนร้าย และบางครั้งบางคราก็เป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่เอง

ในส่วนที่เป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ บ้างก็อ้างว่า เป็นวิธีจัดการกับพวกโจรห้าร้อย ที่ปล้น-ฆ่า-ข่มขืน ที่ไม่อาจรอขั้นตอนการลงโทษลงทัณฑ์ตามกบิลเมืองได้

การจัดการเด็ดขาดกับคนร้ายด้วยวิธีการยิงทิ้ง-เผานั่งยาง ของเจ้าหน้าที่ในยุคแรกๆ ในวงการรู้กันดีว่าเป็นฝีมือใคร บ้างครั้งยังรับเสียงปรบมือ ชื่นชมยินดี โดยผู้นำทีมได้ความดีความชอบ ขยับไปในตำแหน่งที่สูงขึ้น ด้วยการ “เหยียบศพ” ขึ้นมาเป็นใหญ่

อีกด้านหนึ่ง ก็มีการใช้วิธี “เผานั่งยาง” ไปแสวงหาประโยชน์ ตั้งเป็นแก๊ง “รับจ้างอุ้มฆ่า” มีผู้บริสุทธิ์ถูกอุ้มหายไร้ร่องรอยไปจำนวนไม่น้อย

ต่อมาวิธีการ “เผานั่งยาง” ที่ใช้จัดการคนร้าย ถูกกดดันจากสังคมมากขึ้น เนื่องจากละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน และมีการตรวจสอบจากองค์กรต่างๆ มากขึ้น ทำให้คดี “เผานั่งยาง” เงียบหายไปนาน

Advertisement

กระทั่งวันที่ 9 มิถุนายน 2557 ตำรวจพบเศษเถ้ากระดูกถูก “เผานั่งยาง” ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ โคกเฒ่าคำภา บ.คำบอนเวียงชัย ม.3 ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

หลังจากการตรวจ “ดีเอ็นเอ” ทำให้รู้ว่าคือศพของ “บังอร ทองอ่อน” อายุ 57 ปี นายทุนเงินกู้ที่อยู่ใน บ.ดงบัง ต.โนนทอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งหายออกจากกระท่อมนาพร้อมรถจักรยานยนต์ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2557

คดีนี้ ตำรวจระดมมือสืบสวน-สอบสวน จากภูธรอุดรธานี และภูธรภาค 4 ลงมาติดตามคลี่คลายคดี ที่สุดพุ่งเป้าฆาตกรรายนี้คือ อดีตตำรวจมือปราบชื่อดังของ อ.บ้านผือ

แต่เนื่องจากพยานเกรงกลัว ไม่มีให้มาให้ปากคำ แต่ทางตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนจับกุมอดีตตำรวจผู้ต้องสงสัยได้ พร้อมอาวุธสงครามจำนวนมาก แต่เป็นอีกคดีหนึ่ง นั่นคือคดีรับจ้างฆ่าหัวหน้าส่วนการคลัง อบต.หนึ่งใน อ.บ้านผือ ล่าสุดศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต

ต่อมาญาติผู้เสียหาย ร้องไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี กรณี 4 นายตำรวจอุ้มเรียกค่าไถ่ โดยผู้เสียหายเชื่อมโยงหลายประเด็น

เมื่อทีมข่าวของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งออกติดตามกรณี “บังอร ทองอ่อน” ลงพื้นที่บริเวณดังกล่าวอีกครั้ง ได้เห็นร่องรอยการ “เผานั่งยาง” กระจายอยู่ทั่วบริเวณ

บริเวณนี้ เคยถูกปกคลุมด้วยป่าเพ็กเต็มพื้นที่ ต่อมาเกิดไฟป่า ทำให้พื้นที่เปิดโล่ง “สุสานเผานั่งยาง” จึงถูกเปิดเผยออกมา ให้ได้รับรู้ถึงความโหดร้าย สยดสยอง

บ้างก็ว่าอาจเป็นเพราะดวงวิญญาณของ “บังอร ทองอ่อน” กับวิญญาณอื่นๆ ที่ถูก “เผานั่งยาง” กำลังเรียกร้องขอความเป็นธรรม

ชาวบ้านเรียกแถบนี้เรียกว่า “โคกเฒ่าคำภา” เพราะเมื่อ 40 ปีก่อน มีพ่อค้าวัวควายชื่อ “คำภา” ถูกปล้นฆ่าบริเวณนี้ แต่คนใน ต.หนองแวง เรียกว่า “สุสานนักเลง” เพราะแถวนี้มีการฆ่ากันตายบ่อยๆ รวมแล้วมากกว่า 10 ศพ ทั้งฆ่าที่นี่ หรือฆ่าที่อื่นแล้วเอามาทิ้งริมถนน หลายรายถูกเผาเหลือแต่หัว แขน ขา ชาวบ้านต้องช่วยกันเอาไปเผาใหม่

บริเวณนี้ไม่มีหน่อไม้ มีเห็ดไม่มาก มีไข่มดแดงบ้าง แต่ที่มีมากคือ “อึ่ง” ทำให้ชาวบ้านมาหาของป่าน้อย

นอกจากเหตุ “เฒ่าคำภา” แล้ว ยังมีเหตุเผานั่งยางบนภูเขาบ่อยๆ เมื่อเห็นควันสีดำ ก็เชื่อว่ามีการ “เผานั่งยาง” อีกแล้ว บางคนไปหาของป่าพบโดยบังเอิญก็จะกลับมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ชาวบ้านได้แต่รับรู้ ไม่มีใครกล้าโวยวาย

ทำให้บริเวณดังกล่าวเป็นที่เล่าขานถึงความ “เฮี้ยน” ของดวงวิญญาณ ชวนให้ขนหัวลุก ที่เกิดกับผู้ขับขี่รถผ่านนับไม่ถ้วน และยิ่ง “เฮี้ยน” รุนแรงขึ้นเมื่อเกิดกรณี “บังอร ทองอ่อน” ชาวบ้านต้องตั้งศาลพระภูมิเจ้าที่ และจัดของเซ่นไหว้ดวงวิญญาณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และสะเดาะเคราะห์แบบอีสาน อยู่บริเวณริมถนนทางเข้าเต็มไปหมด

จากซากการเผาสิ่งมีชีวิต กระจัดกระกระจายอยู่ในพื้นที่ 1-2 ไร่ แต่ละจุดรัศมีราว 1-2 เมตร ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.อุดรธานี ร่วมกับแพทย์ รพ.บ้านผือ ลงไปตรวจสอบตอนแรกนับได้ 15 จุด

ต่อมาขยายวงออกไปอีกพบรวม 23 จุด แต่ละจุดแตกต่างกันไป อาทิ พบเศษกระดูกที่ยังไม่รู้เป็นของมนุษย์ หรือสัตว์ 8 จุด ที่เหลือทุกจุดพบเศษยางรถยนต์ใช้เป็นเชื้อเพลิง และวัตถุพยานอื่นๆ เช่น เครื่องประดับ

ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามีการ “เผานั่งยาง” มากน้อยแค่ไหน ในพื้นที่ อ.บ้านผือ มีคดีฆาตกรรม ที่สงสัยกันว่าเป็นฝีมือตำรวจไปรับงานจ้างวานฆ่า รวมทั้งอุ้มฆ่าเผานั่งยางหลายคดี ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับจังหวัด และภาค 4 ต้องส่งทีมมาติดตามสืบสวนสอบสวน แต่ต้องพบอุปสรรค ไม่มีใครกล้าออกมาเป็นพยาน

แต่เมื่อดูข้อมูลย้อนหลังไปไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะพบว่า มีคดี “ฆ่า” คดี “คนหาย” เกิดขึ้นมากมาย

อาทิ คดีแม่แอร์โฮสเตส เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2552 นางกุหลาบ อินทร์ศรี อายุ 48 ปี แม่แอร์โฮสเตสสาว หายออกจากบ้านพักตำรวจ สภ.บ้านเทื่อม อ.บ้านผือ ต่อมา วันที่ 8 มกราคม 2553 ตำรวจจับกุม นางเยาวลักษณ์ โฆษิต อายุ 48 ปี สารภาพแค้นที่นางกุหลาบมาติดพันสามี ที่เป็นตำรวจอยู่ สภ.บ้านเทื่อม และยังซัดทอดว่าจ้างตำรวจ 60,000 บาท อุ้มไปฆ่าทิ้ง แต่หาศพไม่พบ ไม่มีหลักฐานเอาผิดผู้รับจ้าง เชื่อว่าถูกนำไป “เผานั่งยาง”

ฆ่าหัวหน้าส่วนการคลัง อบต.จำปาโมง เมื่อ วันที่ 29 พฤศจิกายน 25 54 นางสาววารุณี ชัยริน อายุ 40 ปี หัวหน้าส่วนการคลัง อบต.จำปาโมง อ.บ้านผือ ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตหน้าบ้านตัวเอง ตำรวจดำเนินคดีกับปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลจำปาโมง และ ด.ต.ปราโมทย์ บุพศรี อายุ 59 ปี ขณะรับราชการ สภ.บ้านผือ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต

ฆ่าเผาเจ้าหนี้เงินกู้ วันที่ 9 มิถุนายน 2557 พบศพถูกนั่งยางที่โคกเฒ่าคำภา คือนางบังอร ทองอ่อน อายุ 57 ปี หายออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2557 การสืบสวนพบตำรวจบ้านผือ มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่สามารถจับกุมดำเนินคดีใครได้ เหตุพยานไม่มีใครยอมปริปาก

กฎอัยการศึกจับอดีต ด.ต.มือปราบ…วันที่ 13 มิถุนายน 2557 ตำรวจและทหารเข้าตรวจค้นจับกุม ด.ต.ปราโมทย์ บุพศรี อายุ 62 ปี ที่บ้านพัก พัวพันคดีอุ้มฆ่าหลายคดี ได้อาวุธสงครามจำนวนมาก โดยศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้จำคุกในคดียิงหัวหน้าส่วนการคลัง อบต.จำปาโมง ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำจนถึงปัจจุบัน

ฆ่าเผาช่างเฟอร์นิเจอร์ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2558 นายคิด ใจบุญ อายุ 43 ปี ช่างทำเฟอร์นิเจอร์ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ถูกฆ่าเผานั่งยาง บริเวณป่าละเมาะริมถนนบ้านผือ-ท่าบ่อ กม.ที่ 11 บ้านดงหวาย หมู่ 12 ต.หายโศก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้

เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เอาจริงเอาจังกับคดีนี้ ก็น่าติดตามว่า จะชำระสะสางได้มากน้อยแค่ไหน

และจะเปิดโฉมหน้า “ตำรวจนอกรีต” ที่เข้ามาใช้พื้นที่ดังกล่าว ทำลายศพ พยานหลักฐานต่างๆ ได้หรือไม่ ทั้งหมดนี้ เดิมพันด้วยชื่อเสียงเกียรติภูมิของหน่วยงานสีกากีเลยทีเดียว