เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม.ร่วมกับกระทรวงการคลัง นำนายทุนนอกระบบเข้าสู่ระบบ และดอกเบี้ยจะต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป โดยรวบรวมนายทุนทั้งหมดพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาอธิบายสร้างความเข้าใจ เพื่อเข้าสู่ระบบการเป็น “พิโก ไฟแนนซ์เชียล” และจะทำการขึ้นทะเบียนนายทุนทั้งหมด ประชาชนก็จะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ง่ายและถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน และเป็นไปตามความมุ่งหวังสูงสุดของรัฐบาล
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าการจัดประชุมสัมมนาให้ความรู้กับนายทุนนอกระบบ เนื่องจากที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดให้ “ปัญหาหนี้นอกระบบ” เป็นวาระแห่งชาติ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม อีกทั้งยังสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก จึงสั่งการให้มีการเร่งรัดดำเนินการแก้ไข โดยเน้นย้ำให้มีการบริหารจัดการปัญหาดังกล่าว อย่างเป็นระบบ ครบวงจร และมีความต่อเนื่อง อีกทั้งยังให้ดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย ทาง พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงสั่งการให้มีการจัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” (ศปฉช.ตร.) ขึ้นเพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว นำไปสู่การประสานการปฏิบัติกับตำรวจภูธรภาค 3 และ ตำรวจภูธรภาค 4 ในการปฏิบัติการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” โดยได้ปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปิดล้อมตรวจค้นนายทุนเงินกู้นอกระบบที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน ซึ่งได้ปฏิบัติการมาแล้วจำนวนทั้งสิ้น 13 ครั้ง ในพื้นที่ภาคอีสาน ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งผลการดำเนินการที่ผ่านมา เข้าปิดล้อมตรวจค้นสถานที่จำนวนทั้งสิ้น 68 จุด จับกุมนายทุนเงินกู้นอกระบบตามหมายจับ จำนวน 23 ราย ตรวจยึด อายัดทรัพย์สินได้มูลค่ารวมกว่า 750 ล้านบาท (746,928,860 บาท)



