เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2561 ความคืบหน้าคดีนายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีตนายตำรวจพัวพันยศ พ.ต.ท. ผู้ต้องหาร่วมก่อคดี นายประชา วรทัด อายุ 52 ปี เจ้าของปั๊มน้ำมัน ศรีสุวรรณ รุ่งเรือง ถนนเทศบาล6 อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว เสียชีวิตในที่เกิดเหตุและนางปาริดา วรทัดอายุ 50 ปี ภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดวันที่ 30 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจกองปราบปรามจับกุมนายพันศักดิ์ และนางธนพร สุขโขจัย ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนได้ที่จ.ระยอง ก่อนนำมาสอบสวนและควบคุมตัวที่ สภ.เมืองสระแก้ว
ล่าสุด พ.ต.ท.ธวัชชัย แต่งเกลี้ยง สว.สอบสวน สภ.อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เดินทางมาขอสอบปากคำนายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ ในกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง พบวัตถุระเบิดในห้องพักที่รีสอร์ตที่นายพันศักดิ์ถูกจับกุมตัวได้ โดยใช้เวลากว่า 30 นาที
พ.ต.ท.ธวัชชัย กล่าวว่า มาขอสอบปากคำนายพันศักดิ์เรื่องวัตถุระเบิดที่พบในห้องพักที่รีสอร์ต แต่นายพันศักดิ์ ให้การปฏิเสธว่าวัตถุระเบิดที่พบไม่ใช่ของตน แต่ในวันที่จับกุมนายพันศักดิ์รับสารภาพแล้วว่าเป็นของตน และมาปฏิเสธในชั้นสอบสวน ซึ่งเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา
ต่อมาเวลา 11.30น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ ออกจากห้องควบคุมตัวผู้ต้องหานำขึ้นรถยนต์ควบคุมผู้ต้องหา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดควบคุมของสภ.เมืองสระแก้ว ถืออาวุธปืนครบมือ ปิดท้ายทั้งหน้าและหลัง เพื่อนำส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดสระแก้ว
ด้านนายปิยะณัฐ ถือพุดซา ทนายความจากสภาทนายความจังหวัดสระแก้ว และเป็นทนายความของนายพันศักดิ์ กล่าวว่า ในฐานะทนายความนายพันศักดิ์ คดีเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าหน้าที่พบวัตถุระเบิดในรีสอร์ตนั้น นายพันศักดิ์ให้การปฏิเสธ ข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวนทุกกรณีทั้งสิ้นจนกว่าจะถึงชั้นสืบคดีในศาลและวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวนายพันศักดิ์ ไปฝากขังผลัดแรก ที่ศาลสระแก้ว โดยเย็นวันเดียวกันจะส่งเข้าเรือนจำจังหวัดสระแก้วต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา นายพันศักดิ์ เคยต้องคดีอุ้มฆ่าเผานั่งยางนายชัยชนะ หมายงาน หรือ เสี่ยอ้วน นักธุรกิจในตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ ต่อมา ศาลจังหวัดสระแก้ว ตัดสินประหารชีวิต แต่นายพันศักดิ์ได้หลบหนี ระหว่างประกันตัว ไม่ได้ไปฟังคำพิพากษาของศาลจังหวัดสระแก้ว

