เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 18 ต.ค. 2561 ที่ห้องพิจารณา 707 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาค้ามนุษย์โรฮีนจา หมายเลขดำ คม.1/61 ที่พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง พ.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ หรือนาย ณัฏฐ์สิทธิ์ มากสุวรรณ อดีตรอง ผอ.กอ.รมน.ส่วนหน้า จ.สตูล และนาวาเอก หรือนายกัมปนาท สังข์ทองจีน สังกัดกองทัพเรือภาค 3 ปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าส่วนปฏิบัติการ ศูนย์ประสานงานประมงชายแดนทางทะเลไทย- พม่า ร่วมกันเป็นจำเลย ที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา
กรณีช่วงต้นเดือน ม.ค. 2554 – 1 พ.ค. 2558 จำเลยกับพวกสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แบ่งหน้าที่กันทำโดยให้พวกจำเลยซึ่งอยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาอายุระหว่าง 15 ปี และอายุเกิน 18 ปี จากประเทศบังกลาเทศ และรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา โดยบังคับ หน่วงเหนี่ยวกักขัง ทารุณโหดร้ายเพื่อหลอกลวงให้ผู้เสียหายเหล่านี้ต้องไปใช้แรงงานทาสตามประเทศต่างๆ เหตุเกิดที่ จ.สตูล สงขลา และที่อื่นเกี่ยวพันกัน
จำเลยให้การปฏิเสธ อ้างว่า กระทำตามหน้าที่ ไม่มีส่วนร่วมกระทำผิด
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐาน ทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดตามฟ้องจริงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
พิพากษาฐานมีร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากจำเลยทั้งสองเป็นข้าราชการ จึงต้องระวางโทษเป็น 2 เท่าให้จำคุกคนละ 8 ปี ฐานร่วมกันตั้งแต่ 3 คนค้ามนุษย์แก่บุคคลอายุเกิน 18 ปี ระวางโทษเป็น 2 เท่า จำคุกคนละ 12 ปี ฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเป็นเจ้าหน้าที่ค้ามนุษย์แก่บุคคลอายุเกิน 18 ปี จำคุกคนละ 6 ปี และฐานร่วมกันรับ และให้ที่พักพิงแก่บุคคลต่างด้าว จำคุกคนละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสองไว้คนละ 27 ปี และให้จำเลยชดใช้เงินค่าแก่ผู้เสียหายด้วย
ต่อมา พ.อ.หรือนายณัฏฐ์สิทธิ์ จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินและเงินสด รวม 1.3 ล้านบาท ขอประกันตัวระหว่างสู้คดีชั้นอุทธรณ์ ส่วน น.อ.หรือนายกัมปนาท จำเลยที่ 2 ยื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินและเงินสด มูลค่ารวม 2,779,025 บาท
ขณะที่เมื่อเวลา 16.30 น. ศาลพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นควรส่งคำร้องของประกันตัวของจำเลยทั้งสอง ส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาเพื่อมีคำสั่งให้หรือไม่ให้ประกันตัวต่อไป โดยคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาคำร้อง ประมาณ 3-5วันทำการ ดังนั้นวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงได้ควบคุมตัว พ.อ.หรือนายณัฏฐ์สิทธิ์ จำเลยที่ 1 และน.อ.หรือนายกัมปนาท” จำเลยที่ 2 ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อนระหว่างรอฟังคำสั่งการประกันตัวของศาลอุทธรณ์


