หลังสื่อมวลชนเสนอข่าวเปิดโปงการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ของเจ้าหน้าที่สรรพสามิต จ.แพร่ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการโรงกลั่นสุราชุมชนใน 8 อำเภอ ใน จ.แพร่ จนส่งผลให้เกิดความเดือดร้อน ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องปิดกิจการ ทั้งๆ ที่สุรากลั่นชุมชนสร้างรายได้ให้กับกระทรวงการคลัง ปีหนึ่งๆ ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท
ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ไม่เพียงกลุ่มผู้ประกอบการโรงกลั่นสุราที่ถูกภาษีเถื่อน หรือการรีดส่วยเพื่อให้เปิดกิจการได้อย่างต่อเนื่อง โรงค้า หรือร้านจำหน่ายสุราในจังหวัดแพร่ ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ร้านจำหน่ายสุราที่เป็นเครือข่ายของแก๊งสรรพสามิตจะได้รับการปกป้องเมื่อมีการกระทำผิดกฎหมาย เช่น เปิดให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการ และสร้างปัญหาสังคมในยามค่ำคืนในช่วงเดือนเมษายน 2560 ชุดจัดระเบียบสังคมภายใต้การดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้ตรวจพบร้านที่เปิดให้เยาวชนเข้าไปใช้บริการ จนนำไปสู่การสั่งปิด แต่ร้านดังกล่าวก็ยังเปิดดำเนินการต่อไปได้ เนื่องจากมีใบอนุญาตซ้อนไว้แล้ว
นายพงษ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าการผลิตสุรากลั่นชุมชนเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ชาวแพร่รักษาไว้และพัฒนาจนเป็นอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนและยังสร้างภาษีเข้าสู่รัฐ ดังนั้น การร้องเรียนการเก็บส่วย จังหวัดแพร่มิได้นิ่งนอนใจ ได้กำชับให้สรรพสามิตเร่งดำเนินการสอบสวน โดยได้สั่งการให้ผู้ที่เป็นตัวก่อปัญหาให้ย้ายออกไปนอกพื้นที่ก่อน จากนั้นได้ทำการสอบหาข้อเท็จจริงในส่วนของจังหวัดแพร่ แต่ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินระหว่างคนจ่ายส่วย คนรับส่วย และเงินถูกโอนย้ายไปให้ใคร เรื่องนี้จะสามารถหาจุดจบของส่วยสรรพสามิตได้ แต่อยู่เกินอำนาจหน้าที่ที่จะไปตรวจสอบ จังหวัดแพร่จึงได้สรุปข้อมูล บัญชีธนาคาร เบาะแสการโอนเงินให้กับผู้รับส่วยไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แล้ว หากผลออกมาอย่างไร จังหวัดแพร่จะเร่งแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด

