ผบ.ตร.เร่งรัดตามจับ เเก๊งเเขกเนปาลร่วมคนไทยปล้นทรัพย์เหยื่อชาติเดียวกันบังคับทำร้ายเอาเงินดอล ให้โอนเงินผ่านมือถือรวมมูลค่า 4เเสน
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีมีคนร้ายร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้เสียหายชาวเนปาล ในเขตพื้นที่ สน.ประเวศ แล้วหลบหนีไป ว่า ตนได้รับรายงานจาก สน.ประเวศ ว่าเมื่อเวลา 02.00 น. ได้รับแจ้งเหตุมีการปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย บริเวณภายในห้องเลขที่ 234/489 ชั้น 16 ตึกฟอจูน อาพาร์เม้น แขวง-เขตประเวศ กรุงเทพฯ โดยพนักงานสอบสวน ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายจำนวน 3 ราย เมื่อวันที่ 20 ต.ค.61 เวลาประมาณ 23.00 น. ขณะที่ผู้เสียหาย นอนพักอาศัยอยู่ในห้องที่เกิดเหตุได้มี Mr. BIKASH GHALE สัญชาติเนปาล (ซึ่งรู้จักกับผู้เสียหาย) ร่วมกับชายไม่ทราบชื่ออีกจำนวน 3 คน (สัญชาติเนปาล 1ราย /ชาวไทย 2ราย) ได้เข้ามาภายในห้องที่เกิดเหตุ โดยมีอาวุธปืนและมีด ซึ่งเป็นห้องพักผู้เสียหาย แล้วทำการบังคับให้ผู้เสียหาย ไม่ให้ขัดขืนและได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย แล้วคนร้ายได้รื้อค้นทรัพย์สินภายในห้องและกระเป๋าเก็บเสื้อผ้า แล้วได้เอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไปและได้บังคับให้ผู้เสียหานทำการโอนเงินทางโทรศัพท์ผ่านระบบ เคแบงก์กิ้ง ให้แก่ Mr. BIKASH GHALE สัญชาติ เนปาล จำนวน 150,000 บาท เมื่อโอนเงินเสร็จคนร้ายได้เอาสร้อยคอทองคำรวมทั้งเงินสดดอลลาร์ซึ่งเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าของผู้เสียหายและโทรศัพท์เครื่องที่ใช้โอนเงิน หลบหนีไป ผู้เสียหาย จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไป พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าฝ่ายสืบสวนจึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ถ่ายภาพ ทำแผนที่เกิดเหตุ ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายกับแพทย์เพื่อนำผลการตรวจมาประกอบคดี และฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดติดตามเส้นทางหลบหนี เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โดยเบื้องต้นพบว่ามีทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้ายไปหลายรายการ มูลค่าประมาณเกือบ 400,000 บาท
พ.ต.อ.กฤษณะ รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ว่า ขณะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้สอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องไปหลายปากแล้ว เพื่อพิสูจน์ทราบถึงตัวผู้ก่อเหตุ และกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ พร้อมแจ้งข้อมูลให้ตำรวจในสังกัด อาทิเช่น ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจทางหลวง และตามพื้นที่ต่างๆ ช่วยตรวจสอบและทำการสกัดจับกลุ่มคนร้ายที่กำลังหลบหนี พร้อมกันนี้ ตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ท่านได้เน้นย้ำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีเร่งรัดให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อที่จะได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาได้โดยเร็ว พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำกองบัญชาการทุกภาคส่วน ให้การดำเนินการสืบสวนสอบสวนในทุกคดี ด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม ตามหลักกฎหมาย อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือพยานหลักฐานที่ชี้ถึงตัวผู้กระทำความผิดเป็นสำคัญ และต้องสามารถนำผู้ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้โดยเร็ว เพื่อเยียวยาความเสียหาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนและสังคม


