เมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีถึงตรวจสอบการบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ของฟาร์มโชคชัย มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ถ้าพูดถึงภาพรวมนั้น เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ได้เรียกพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาชี้แจงในหลายคดี ต้องเรียนประชาชนว่า บางทีอาจจะคิดว่าคดีหลายคดีมากระจุกตัวอยู่ที่ดีเอสไอ ตนเห็นแล้วว่าบางจุดที่ได้ไล่เรียงแต่ละคดี พบว่าบางเรื่องติดขัดในข้อกฎหมาย เช่น กรมที่ดินใช้แผนที่ปีไหน และดีเอสไอใช้แผนที่ปีไหน ซึ่งตรงนี้เป็นข้อขัดแย้ง จึงไม่สามารถนำไปสู่การตัดสินใจได้เลย อย่างนี้เป็นต้น
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า จึงบอกอธิบดีดีเอสไอไปว่า หากเป็นอย่างนี้จะไม่สามารถทำให้คดีสิ้นสุดได้ เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างกระทรวง และถือบรรทัดฐานกฎหมาย หรือการเชื่อมโยงเงื่อนไขคนละอย่างมันจบไม่ได้ ดังนั้น จึงต้องหาข้อยุติ โดยให้อธิบดีดีเอสไอรวบรวมทุกเรื่องอยู่ และได้สั่งไปอีก 2-3 เรื่อง เช่น ทำหนังสือถึงกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ได้ข้อยุติว่าจะถือภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศปีไหนที่แน่นอน และนำมาใช้เหมือนกันทั้งประเทศ ไม่เช่นนั้น ก็จะเป็นข้ออ้างกัน และทำให้ผู้ยึดครองที่ดิน หรือบางกระทรวงที่ยึดถือระบบต่างกัน กลายเป็นข้อกล่าวหากันไปมาไม่จบ ซึ่งจะทำให้คดีมากระจุกอยู่ที่ดีเอสไอ แต่เรื่องทั้งหมดไม่ใช่ดีเอสไอดองเรื่อง ดังนั้น ตนจึงให้อธิบดีดีเอสไอตั้งเรื่องทั้งหมดและเสนอครม. พร้อมทั้งเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละเรื่องมาทำข้อสรุปถึงครม.ว่าจะใช้อันไหน ซึ่งจะทำให้การดำเนินการแต่ละเรื่องสามารถจบลงได้ เหมือนที่ตนทำวันแมป ซึ่งทั้งหมดก็จะกลับไปสู่ว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง

