รวบหนุ่มอ้างเป็นตร.สืบสวน หิ้ววัยรุ่นไปขังก่อนปลดทรัพย์

28.04.16 | 12:35 น.

 

วันที่ 28 เมษายน เวลา 08.00 น. ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งเหตุจาก นายชาญ คำใจซื่อ อายุ 44 ปี ชาวบ้านแพะกู่คำ หมู่ 3 ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง เข้ามาว่า ได้พบตัวบุคคลที่ร่วมกันอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 ที่เคยจับกุมตนเอง และพาไปกักขังในป่า ก่อนที่ปลดทรัพย์สินเป็นเงินสดไปกว่า 7,000 บาท เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา ซึ่ง นายชาญ เป็นผู้เสียหาย และมาพบหนึ่งในผู้แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาร่องสามดวง อ.เมือง เขตเทศบาลนครลำปาง จากนั้นจึงได้ประสานให้ ร.ต.อ.ชาตรี วงษ์เทพ รองสารวัตรงานป้องกัน และปราบปราม สภ.เมืองลำปาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองลำปาง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบ นายชาญ ผู้แจ้งเหตุ และเป็นผู้เสียหาย รอชี้ตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบชายเสื้อเหลือง ซึ่งยืนอยู่บริเวณด้านหน้าปั๊มน้ำมันสาขาดังกล่าว โดย นายชาญ ยืนยันว่าชายเสื้อเหลืองเป็นหนึ่งในสองคนที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 อย่างแน่นอน โดยไม่ผิดตัว เนื่องจากตนเองจดจำใบหน้าได้อย่างแม่นยำ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง จึงได้เข้าจับกุมชายเสื้อเหลืองดังกล่าวทันที ก่อนจะตรวจสอบทราบชื่อ นายสมเกียรติ ยือรึ อายุ 21 ปี โดยให้การยอมรับว่า เป็นผู้ร่วมก่อเหตุไปจับตัว นายชาญ ที่บ้านพักมาจริง ก่อนที่จะนำตัวมากักขังไว้ในบ้านที่ชุมชนร่องสามดวงจริง แต่เรื่องดังกล่าวนั้น ตนเองไม่รู้เรื่อง โดยตนมีหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ไปอีกคน ทราบชื่อ นายไพรวัลย์ หรือก้อง (ไม่ทราบนามสกุล) เป็นผู้อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และสาเหตุที่ตนร่วมมือขับขี่รถให้นั้น เพราะชายที่อ้างเป็นตำรวจ ได้บอกกับตนว่า จะให้ตนเป็นพลเมืองดีในการช่วยราชการสืบสวนจับกุมคดี ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเป็นตำรวจปลอม

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ทราบว่า นายไพรวัลย์ ที่อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ที่แท้เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทให้บริการ รปภ.แห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ลำปาง ซึ่งหลังก่อเหตุได้หลบหนีไป โดยที่ผ่านมาทราบว่า นายไพรวัลย์ มักมีพฤติกรรมชอบอ้างตัวว่า เป็นตำรวจชุดสืบสวนกับผู้คนไปทั่ว และยังมีการพกอาวุธปืนด้วย ที่สำคัญมักจะอ้างเป็นตำรวจชุดสืบสวน เพื่อเข้าตรวจค้นกลุ่มวัยรุ่น โดยจะใช้อาวุธปืนด้วย และหากพบทรัพย์สินก็จะอ้างว่าทำการตรวจยึดไปตรวจสอบ แต่ก็ไม่ได้คืน

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดนั้น นายชาญ ได้บอกว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา ขณะที่ นายชาญ อยู่ในบ้านพัก ได้มีชายสองคน คือ นายไพรวัลย์ และนายสมเกียรติ  ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาที่บ้านพักของตนเอง ก่อนที่ นายไพรวัลย์ ได้อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สังกัดตำรวจภูธภาค 5 พร้อมโชว์อาวุธปืน ซึ่งเป็นปืนลูกโม่พกอยู่ที่เอว จากนั้นได้เชิญตัวตนเองไปสอบสวน ว่า เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ นายชาญ ได้ให้การปฎิเสธว่าไม่เคยมีพฤติกรรม และไม่เคยเกี่ยวข้องเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมบอกว่าไม่ไป แต่นายไพรวัลย์ ที่อ้างว่านายใหญ่ต้องการพบตัว จึงได้รีบควบคุมตนเอง ขึ้นรถจักรยานยนต์โดยซ้อนสามออกไป โดยมี นายสมเกียรติ ที่ถูกจับกุมเป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์

Advertisement

“จากนั้นก็พาขี่รถวนไปมาในตัวเมืองลำปาง ก่อนจะมาหยุดที่ชุมชนร่องสาม แล้วนำตัวเข้าไปยังบ้านหลังหนึ่งที่ นายไพรวัลย์ อ้างว่าเป็นเซฟเฮาส์ พร้อมใส่กุญแจมือตนเองติดไว้กับต้นไม้หลังบ้าน และปล่อยทิ้งไว้ทั้งวัน และทั้งคืน พร้อมกับเอากระเป๋าเงินของ นายชาญ ไปด้วย โดยได้ปล่อยให้ตนอยู่ตามลำพัง กระทั่งรุ่งเช้าวันนี้ ก็ได้ปล่อยตัวออกมาจากบ้าน และให้เดินกลับบ้านเอง โดย นายไพรวัลย์ ได้คืนกระเป๋าเงินให้ แต่ภายในถูกเอาเงินออกไปทั้งหมด 7,000 บาท ตนเองจึงได้เดินทางมายัง สภ.เมืองลำปาง เพื่อทำการแจ้งความ ก่อนที่จะย้อนมาดูบ้านหลังดังกล่าว แต่ก็ไม่พบใคร ขณะกำลังจะกลับก็มาพบ นายสมเกียรติ ยืนอยู่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาร่องสามดวง จึงรีบโทรศัพท์แจ้งหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ให้เข้ามาจับกุม” นายชาญกล่าว

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง จะได้ทำการสืบสวนขยายผล เพื่อติดตาม นายไพรวัลย์ มาดำเนินคดีให้ได้