ความคืบหน้าคนร้ายคือนายดอน ติสาวัน อายุ 56 ปี ชาวบ้านนาทัน หมู่ 13 ต.นาทัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ เกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้มีดจี้ผู้โดยสารบนรถทัวร์ของนครชัยแอร์ สายกรุงเทพฯ-บ้านแพง ทะเบียน 15-6434 กรุงเทพมหานคร เลขข้างประตู 34-5 gold class กลางดึกที่ผ่านมา ขณะกำลังวิ่งบนถนนถีนานนท์ สายอำเภอสมเด็จ ก่อนจะเข้าตัวเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อเข้ามารับผู้โดยสารที่ บขส.กาฬสินธุ์ โดยเหตุเกิดตั้งแต่เวลา 21.00 น. ทำให้คนขับต้องตัดสินใจนำรถเข้าไปขอความช่วยเหลือกับตำรวจที่ สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เจรจาก่อนที่คนร้ายจะยอมปล่อยตัวผู้โดยสารทั้งหมดลงมาจากรถ แต่ยังถือมีดขังตัวเองอยู่ภายในรถ และให้ขับพาไปยังบ้านที่ อ.คำม่วง หลายรอบจนถึงรุ่งเช้า ก่อนที่จะมาจอดแน่นิ่งที่หน้า สภ.สมเด็จจนเวลาผ่านไปกว่า 14 ชั่วโมง คนร้ายก็ยังไม่ยอมลงจากรถ
ล่าสุด พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้เข้าร่วมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมี พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ รักษาศิลป์ ผกก.สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการเจรจาเกลี้ยกล่อม โดยนำญาติเข้ามาเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง และยึดหลักความปลอดภัยทุกคนและไม่ใช้ความรุนแรง
โดยการเข้าเกลี้ยกล่อมหลังจากที่ตำรวจได้ใช้ความพยายามเจรจาและพาตัวญาติๆ มาเกลี้ยกล่อม ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงช่วงเช้า และได้จอดรถดับเครื่องแต่ปรากฏว่ายังไม่เป็นผล คนร้ายยังคงถือมีดและจ้องที่จะแทงทำร้ายเจ้าหน้าที่และผู้ที่เข้าใกล้ตลอดเวลา ตำรวจจึงตัดสินใจใช้แก๊สน้ำตาโยนเข้าไปในรถลูกที่ 1 เมื่อเวลา 11.30 น. ซึ่งแทนที่คนร้ายจะยอมมอบตัว แต่กลับถอดเสื้อออกและนำไปปิดหน้าไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ใช้แก๊สน้ำตาลูกที่ 2 เวลา 12.00 น.และลูกที่ 3 ในคราวเดียวกัน แต่ก็ไม่ทำให้คนร้ายสะทกสะท้าน กลับมีท่าทีที่แข็งกร้าว ปากบ่นพึมพำว่าจะอาบน้ำเลือด ต่อมาเจ้าหน้าที่ต้องใช้แก๊สน้ำตาโยนเข้าไปเป็นลูกที่ 4 คนร้ายจึงมีท่าทีสงบลงแล้วนอนหมอบลงกับพื้น ซึ่งเจ้าหน้าที่เห็นอย่างนั้นจึงคาดว่าคนร้ายหมดสติจึงเข้าไปนำตัวลงมา แต่ปรากฏว่าคนร้ายกลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้งและเกิดการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเจ้าหน้าที่ต้องถอยหนีกระเจิงลงมาตั้งหลักใหม่
พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา โชคดีที่คนขับตัดสินใจเข้าไปขอความช่วยเหลือกับตำรวจที่โรงพักสมเด็จ และเจ้าหน้าที่ได้เกลี้ยกล่อมคนร้ายจนยอมปล่อยตัวผู้โดยสารประมาณ 15 คนลงมา ซึ่งไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรืออันตราย แต่กลับขังตนเองและถือมีดอยู่ในรถ เจ้าหน้าพยายามเจรจาและนำญาติมาเกลี้ยกล่อมอยู่นานหลายชั่วโมงแต่ก็ไม่เป็นผล จึงจำเป็นต้องใช้ยุทธวิธีของตำรวจ โดยการใช้แก๊สน้ำตา แต่ต้องยึดหลักความปลอดภัยและไม่ใช้ความรุนแรง ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้ายนั้นขึ้นรถมาเพื่อที่จะเดินทางไปที่กรุงเทพฯ เพราะเคยขับรถแท็กซี่มาก่อน อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นพบว่ามีอาการทางประสาท และรับยารักษาทางจิตเวช ซึ่งตำรวจจะต้องใช้ความพยายามในการนำตัวลงมาให้ได้


