เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 เมษายน ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายชณกันต์ ฐานียากฤต ตัวแทนผู้เสียหายกรณีถูกบริษัทหลอกขายบัตรกำนัลที่พักโรงแรมในงานท่องเที่ยวไทยไปทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 17-21 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยบัตรกำนัลเหล่านั้นไม่สามารถใช้ได้จริง เมื่อติดต่อไปยังผู้ขายเพื่อดำเนินการขอเงิน แต่ได้รับการผัดผ่อนและปิดบริษัทไปในที่สุด โดยมีผู้เสียหายกว่า 200 คน ซึ่งในวันนี้มีตัวแทนผู้เสียหาย 30 คน เดินทางเข้ายื่นร้องเรียนต่อ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษา ปปง. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. โดยมี ร.ต.อ.ไพรัตน์ เทศพานิช เลขานุการกรม สำนักงาน ปปง. เป็นผู้รับเรื่อง
นายชณกันต์ กล่าวว่า บริษัทที่ทำการหลอกผู้เสียหายคือบริษัท ทำงาน จำกัด โดยบริษัทดังกล่าวนำเสนอบัตรกำนัลห้องพักโรงแรมระดับ 5 ดาว 6 ใบ ราคา 20,000 บาท ซึ่งไม่ระบุวันเข้าพัก และมีอายุการใช้งาน 2 ปี โดยผู้ซื้อสามารถนำไปใช้เมื่อไหร่ก็ได้ แต่มีเงื่อนไขสลักหลังคูปองต้องจองผ่านบริษัทและต้องได้รับอีเมล์ยืนยันจากบริษัทจึงถือว่าการจองสมบูรณ์ โดยไม่สามารถจองโดยตรงกับทางโรงแรมได้ แต่เมื่อจบงานการท่องเที่ยวผ่านไป เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา บริษัท ทำงาน จำกัด ได้มีอีเมล์แจ้งมายังผู้เสียหายว่า บริษัทประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจในเรื่องของการเงิน จึงไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ จึงขอยุติปิดบริษัทลง และจะขอคืนเงินให้กับผู้เสียหายที่ได้ซื้อบัตรกำนัลไป จากนั้นบริษัทก็ได้ส่งแบบฟอร์มเอกสารเพื่อให้ทางผู้เสียหายกรอกเอกสารและส่งกลับไปให้ทางบริษัท ซึ่งการกรอกเอกสารดังกล่าว จะต้องระบุเลขที่บัตรเครดิต ถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาหน้าเลขที่บัญชีธนาคารให้กับบริษัทด้วย ซึ่งทางผู้เสียหายก็ไม่ทราบว่าบริษัทต้องการนำข้อมูลตรงนี้ไปทำอะไร
นายชณกันต์ กล่าวต่อว่า หลังจากได้รับข้อมูลว่าบริษัทจะปิดกิจการลง บริษัทมีเงื่อนไขว่าถ้าเป็นผู้เสียหายที่ซื้อบัตรกำนัลผ่านบัตรเครดิต ก็จะทำเรื่องคืนเงินให้ภายใน 30 วันทำการ ส่วนผู้เสียหายที่ซื้อด้วยเงินสด จะคืนเงินให้ภายใน 45 วันทำการ ซึ่งวันที่ได้รับข้อมูลเป็นวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา กระทั่งวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นระยะเวลาที่เกินกำหนดที่บริษัทแจ้งไว้ และผ่านมาจนถึงขณะนี้ทางผู้เสียหายก็ยังไม่ได้รับเงินคืน ดังนั้น ผู้เสียหายที่ได้เราสามารถรวบรวมได้เบื้องต้นประมาณ 200 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท จึงเดินทางมายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ปปง. เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของบริษัท ทำงาน จำกัด รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องว่ามีการฟอกเงินหรือไม่ และธุรกรรมการเงินชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพื่อจะได้นำมาชดใช้คืนให้กับผู้เสียหายต่อไป
ด้าน น.ส.สุภาวดี (สงวนนามสกุล) หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่าเสียหายเป็นเงินประมาณ 300,000 บาท จากการซื้อบัตรกำนัลประมาณ 15 ชุด ชุดละ 6 ใบ ราคาชุดละ 20,000 บาท ได้เริ่มใช้บริการกับบริษัท ทำงาน จำกัด เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2558 ที่บูธของบริษัทแห่งนี้ ซึ่งขายบัตรกำนัลภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 2 โดยขั้นตอนการซื้อขายบัตรดังกล่าวนั้น ตนจะโอนเงินสดเข้าบัญชีธนาคารที่บริษัทกำหนด โดยในช่วงแรกที่ใช้บริการก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนสาเหตุที่ทำให้เชื่อถือบริษัทนี้ เพราะบริษัทมีการอ้างชื่อโรงแรมที่พักระดับ 5 ดาว โดยให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อไปทางโรงแรมได้ เพื่อทำให้เชื่อว่าบริษัทติดต่อกับโรงแรมนั้นๆ จริง จึงทำให้หลงเชื่อ และเริ่มซื้อไปเป็นของที่ระลึกให้กับลูกค้าของตน
น.ส.สุภาวดี กล่าวต่อว่า กระทั่งช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ลูกค้าของตนที่ได้รับบัตรกำนัลไปเป็นที่ระลึกได้ติดต่อมาหาตนว่าไม่สามารถจองโรงแรมได้ เมื่อติดต่อกลับไปยังบริษัทก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงทำให้รู้ว่าถูกหลอกแล้ว ทั้งนี้ ตนอยากให้กระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีการตรวจคนและบริษัทที่จะเข้ามาเปิดบูธภายในงานท่องเที่ยวไทยไปทั่วโลกให้เข้มงวดมากกว่านี้ และควรทำประวัติของแต่ละคน แต่ละบริษัทไว้ด้วย เพื่อให้ประชาชนผู้ที่สนใจซื้อสินค้าต่างๆ ได้เกิดความเชื่อมั่น และไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพแบบนี้
ด้าน ร.ต.อ.ไพรัตน์ กล่าวว่า เบื้องต้นทาง พ.ต.อ.สีหนาท ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และจะได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ปปง. ดำเนินการตรวจสอบตามที่ผู้เสียหายได้ร้องเรียนมา หากพบว่าเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ก็จะดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้เท่าที่ทราบเบื้องต้นทางผู้เสียหายได้มีการไปแจ้งความตามสถานีตำรวจไว้หลายที่ ซึ่งทาง ปปง. ก็จะมีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้เสียหาย เพื่อขอข้อมูลต่อไป

