‘ศรีวราห์’ รับติดใจโยงคดีเสือดำ แร็พ ‘ประเทศกูมี’ เอาผิดเพจ-สื่อ ตีข่าวมั่วจับศิลปิน

29.10.18 | 16:09 น.

เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 29 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ ได้เรียกตัวแทนจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นำโดย พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.กก.3 บก.ปอท. และรองโฆษก ปอท. เพื่อหารือความคืบหน้าในการตรวจสอบเพลงแร็พ “ประเทศกูมี”


พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ตนสั่งการให้ ปอท.ไปตรวจสอบเพลงประเทศกูมี โดยให้ไปถอดเนื้อหาเพลงไปพิจารณา ไปตรวจสอบเนื้อหาของเพลงอย่างละเอียด รวมถึงเบื้องหลังการแต่งเนื้อร้องและทำนองด้วย เพื่อจะดูว่าเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ รวมถึงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นฯ หรือกฎหมายอื่นๆ หรือไม่ ในชั้นนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยไม่จำเป็นต้องเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน หรือสอบปากคำทั้งนั้น ยืนยันอีกครั้งว่าอยู่ในขั้นตรวจสอบเพลงและคนที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องเรียกมาสอบ ให้เวลา ปอท.ทำโดยไม่ชักช้า ไม่กำหนดกรอบเวลา แต่ยอมรับว่าเพลงนี้ฟังแล้ว 50:50 คือมีความหมิ่นเหม่ แต่ฟังเนื้อหาก็ไม่มีการระบุว่าประเทศใด เหตุการณ์ที่พูด เช่นเสือ บ้านพัก ก็ไม่ได้ระบุว่าเสือตัวไหน บ้านหลังไหน วัน เวลา สถานที่ เหตุการณ์อะไร เรียกว่าไม่ชี้ชัด ตรงนี้จึงยัง 50:50 ก็ต้องไปตรวจสอบให้ละเอียดรอบคอบ ยอมรับว่าตนฟังท่อนที่พูดถึงเสือ มองว่าไม่เหมาะสม แม้ไม่ชี้ชัด แต่ส่วนตัวรู้สึกได้ว่าคล้ายพยายามพาดพิงถึงตนที่รับผิดชอบคดีเสือดำ ทั้งที่เรืองนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาชั้นศาล จะมีตีเรื่องเสือ เหมือนตั้งใจกระทบ ขุดคุ้ยขึ้นมาอีก เรียกแขก ไม่รู้หวังผลอะไร ทำทำไม คล้ายเด็กแว้นที่มาส่งเสียงกวนๆ แต่อย่างที่บอก เพลงไม่ได้ชี้ชัดอย่างชัดเจนว่าเป็นเสือดำตัวไหน และทำให้ยังไม่เข้าข่ายความผิด

“ในชั้นนี้ตรวจสอบมาถึงตอนนี้ ยังไม่มีหลักฐานเอาผิดเพลงประเทศกูมีตามกฎหมายได้ ใครจะไปดู ไปฟังก็ไม่มีใครห้าม ยังไม่ผิดกฎหมาย ตอนนี้ยังไม่มีคดี ยังไม่ออกหมายเรียก หรือหมายจับใครทั้งนั้น ยืนยันว่าแม้เนื้อหาเพลงจะหมิ่นเหม่แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดได้ ยังฟังได้ ร้องได้ แชร์ได้ ยังไม่ผิดกฎหมาย” รอง ผบ.ตร.กล่าว และว่า ส่วนตัวเห็นว่า นอกจากนี้ได้สั่งการให้ตำรวจไปตรวจสอบเนื้อหาของเพลงอื่นๆ ที่ทำเลียนแบบ หรือ ล้อเลียนเพลงนี้ด้วย หากเนื้อหาเกินเลยหรือเข้าข่ายผิดกฎหมายก็จะดำเนินคดี ในอนาคตพรรคการเมืองจะนำศิลปินเพลงประเทศกูมีไปร่วมขึ้นเวทีก็ทำได้ แต่ต้องอย่าให้ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ตนไม่อยากพูดไปก่อน เรื่องเพลงต่างๆ มีมานาน เรื่องนี้ตนยึดกฎหมายเมื่อดูความมั่นคงเห็นอะไรไม่เหมาะก็ต้องตรวจสอบ หากไม่มีหลักฐานว่าผิดกฎหมายก็ไม่สามารถดำเนินคดีได้

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ยังไม่มีการออกหมายเรียก หรือหมายจับศิลปิน และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเพลง “ประเทศกูมี” ประชาชนยังสามารถฟัง ร้อง และแชร์เพลงนี้ได้ ซึ่งแม้ว่าจะทำให้ยอดวิวเพิ่มขึ้นก็ไม่ได้ส่งผลกับคดีอาญา อย่างไรก็ตาม ในฐานะตำรวจเมื่อพบอะไรที่หมิ่นเหม่ก็ต้องตรวจสอบ หากไม่ตรวจสอบก็ถือว่าละเว้น กรณีนี้ศิลปินทำเพลงขึ้นมาก็ไม่ผิดอะไร ไม่ปิดกั้น เนื้อหาก็ต้องไม่ผิดกฎหมาย กรณีนี้หากตรวจสอบแล้วไม่มีอะไรเข้าข่ายผิดกฎหมายก็ไม่ดำเนินคดี ส่วนจะเกี่ยวพันการเมืองและกระทบความมั่นคงหรือไม่ คสช.จะเป็นผู้พิจารณา ในขั้นนี้ทาง คสช.ยังไม่มีการส่งสัญญาณหรือเข้ามาหารือแต่อย่างใด แต่ในการสืบสวนยอมรับว่าก็ดูด้วยว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่หากพบ คสช.ก็เป็นผู้พิจารณา การสืบสวนต้องใช้เวลา ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ไม่ได้กำชับอะไร เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจไม่เกี่ยวกับรัฐบาล มีแต่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่กำชับตนว่าเรื่องนี้ให้ทำอย่างรอบคอบ อย่างไรเรื่องนี้ไม่ได้ทำตามกระแสสังคมที่พอสังคมไม่เห็นด้วยกับการดำเนินคดีก็ถอย แต่ถ้าไม่พบหลักฐานความผิด คสช.ไม่ร้องทุกข์ เราก็ไม่สามารถดำเนินคดีได้ เป็นตำรวจ ดำเนินการเมื่อเข้าข่ายผิดกฎหมาย แม้ไม่ผิดกฎหมายแต่ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ต่อให้ยอดดูเป็นหมื่นล้านแสนล้านแต่ประชาชนไม่เห็นด้วยมองว่าทำลายประเทศก็ไม่เกิดประโยชน์

Advertisement

เมื่อถามว่าหวั่นหรือไม่ว่าการออกมาตรวจสอบจะดำเนินคดีเพลงนี้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวทางการเมือง รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ต้องไปถาม คสช.

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวย้ำว่า ยังไม่ได้สั่งการให้ตำรวจ ปอท.ไปดำเนินการออกหมายเรียก หรือ เชิญบุคคลใดมาสอบสวนดำเนินคดี กรณีมีสื่อหลักบางสำนักนำเสนอข่าวบิดเบือน รวมถึงนำภาพ คลิปเก่าตัดต่อไปโพสต์แชร์ผ่านเพจเฟซบุ๊กว่าตำรวจมีการคุมตัวผู้ต้องหาว่าตนสั่งการ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และทำให้ตัวเองได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงมอบหมายให้ทนายความร้องทุกข์กับตำรวจ ปอท.เพื่อเอาผิดฐานหมิ่นประมาทแล้ว ถือเป็นความผิดส่วนตัว