เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รรท.รอง ผบช.น. พร้อมคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และอธิบดีอัยการคดียาเสพติด ร่วมประชุมสรุปผลการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีรับร้องเรียนจากพลเมืองดีว่าคดียาเสพติด มีนายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ และ น.ส.อาเมเรีย หรือเอมี่ จาคอป อดีตมิสทีนไทยแลนด์ ปี 2006 ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายฝ่ายร่วมกันทุจริตในการช่วยเหลือให้ น.ส.อาเมเรีย หลุดพ้นคดีร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดในชั้นศาล ใช้เวลาประชุม 3 ชั่วโมง
พล.ต.ต.ดาวลอย กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องราวดังกล่าว เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการมีทั้งสิ้น 11 คน ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งหมด 3 ส่วน คือ 1.ชุดจับกุม 2.พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และ3.คดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับกุมคดียาเสพติดเพื่อช่วยลดโทษให้ผู้ต้องหา ตามมาตรา 100/2 พ.ร.บ.คดียาเสพติด โดยมีประชุมสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวหาว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ภาพรวมของทั้ง 3 ส่วนพบว่าการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของตำรวจ จึงเสนอให้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น.ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยซึ่งหากพบการกระทำความผิดในชั้นกรรมการวินัย ก็สามารถที่จะดำเนินคดีได้ หากผิดไม่ร้ายแรงก็ลงโทษทางวินัย
“สรุปว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีมูลทั้ง 3 ส่วน ที่ทำให้เป็นความบกพร่องหลายประเด็น แต่ยังไม่พบการกระทำความผิด แต่มีข้อเท็จจริงที่เขาปิดบังเลยต้องเสนอตั้งกรรมการสอบวินัยรวมถึงเสนอให้ย้ายไปช่วยราชการ เพื่อไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ซึ่งตำรวจที่พบว่ามีความผิดมีทั้งหมด 5 คน ยศสูงสุด ร.ต.อ.” พล.ต.ต.ดาวลอย กล่าว
พล.ต.ต.ดาวลอย กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่อธิบดีอัยการมาพบ ก็เป็นการประสานความร่วมมือกัน เพื่อเชิญพยานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่ถูกกล่าวอ้างถึงมาให้ปากคำ และนัดตำรวจที่ถูกกล่าวอ้างถึงมาให้ท่านซักถาม โดยหลังจากกระบวนการต่างๆ เสร็จสิ้น ทั้ง 2 หน่วย คงต้องมีการหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางในอนาคตว่าไม่ให้เกิดความบกพร่องในลักษณะแบบนี้ในอนาคตอีก

