เมื่อวันที่ 1 พ.ย. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเมื่อคืนวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “ล้างป่าช้า” บุกจู่โจมเข้าทำการปิดล้อม ตรวจค้นจับกุมผับหลังเขา หรือ Back Moutain ตั้งอยู่ริมถนนสุวรรณศร สายหินกอง-นครนายก ตำบลห้วยทราย อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี เปิดเป็นสถานบริการโดยไม่มีใบอนุญาต พบว่ามีนักเที่ยวที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการจำนวนมากถึง 128 คน มีนักเที่ยวที่ปัสสาวะเป็นสีม่วง จำนวน 131 คน พบยาเสพติดและอุปกรณ์การเสพหลายชนิด ว่าขณะนี้ได้มีคำสั่งให้นายตำรวจในพื้นที่ สภ.หนองแค เข้ามาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมสั่งให้ตำรวจภูธรภาค 1 ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงหากพบบกพร่องต่อหน้าที่หรือมีการปล่อยปละละเลยก็จะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน
ส่วนพื้นที่ดังกล่าวซึ่งตนเองเพิ่งลงพื้นที่ไปมอบนโยบายแต่กลับพบการกระทำผิด จะเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือไม่นั้น ขอให้รอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม พร้อมย้ำว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญและดำเนินการมาตรการป้องกันและปราบปรามสกัดยาเสพติดอย่างจริงจังและเด็ดขาด แบบขุดรากถอนโคนเพื่อป้องกันไม่ให้เข้าประเทศและหากเข้ามาแล้วก็จะต้องดำเนินการจับกุมให้หมด ในส่วนภายในประเทศสั่งการให้เข้มงวดกวดขันโดยเฉพาะสถานบันเทิง สถานบริการที่ปล่อยให้มีการใช้สารเสพติดโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน
ทั้งนี้ มีรายงานล่าสุดจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้มีการตั้งพลตำรวจตรีธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นประธานในการตรวจสอบและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ในขณะเดียวกัน พลตำรวจตรีอำพล บัวรับพร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้มีคำสั่งให้ 5 เสือ สภ.หนองแค จ.สระบุรี มาปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการที่ ศปก.ภาค1 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

