จับหนุ่มจบป.โทอังกฤษ ปลอมสลิปเงิน 2 หมื่นบาท ซื้อมือถือ เจ้าตัวรับทำมาแล้ว 2 ครั้ง

5.11.18 | 23:26 น.

เมื่อเวลา 21.00น. วันที่ 5 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 (บก.สปพ.) พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.สายตรวจ ,พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ รองผกก.สายตรวจ ,พ.ต.ท.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง สว.งานสายตรวจ 3 ร่วมแถลงผลการจับกุมนายธนายุต วิระยะวงศ์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/67 ซอยวิภาวดี แขวงบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือโดยการปลอมสลิปโอนเงินหรือข้อความแจ้งเตือนปลอมว่าได้ชำระเงินให้กับผู้เสียหาย สอบสวนพบว่ามีประวัติการศึกษาดี โดยจบการศึกษาระดับปริญญาโทจากประเทศอังกฤษ


พ.ต.อ.สมบูรณ์ กล่าวว่า การจับกุมสืบเนื่องจาก น.ส.แพรวพรรณ พากเพียร อายุ 38 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือว่าได้มีชายสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหัวเว่ย รุ่นพี 20 โปร จำนวน 1 เครื่องมูลค่า 20,000 บาท โดยติดต่อผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ชื่อ Viray@work และใช้หมายเลขโทรศัพท์ 099-142….หลังจากตกลงซื้อขายกันได้ส่งข้อความหลอกลวงว่าได้โอนเงินให้กับทางร้านผู้เสียหายแล้วโดยใช้วิธีการส่งข้อความเข้าไปยังโทรศัพท์มือถือของเจ้าของร้านผู้เสียหายและให้ทางร้านส่งสินค้าไปให้ปลายทาง ก่อนรู้ว่าร้านของตนถูกหลอกจึงเดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.บางยี่ขัน ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.สปพ. ติดตามจนทราบว่าผู้ต้องหาคือนายธนายุต วิระยะวงศ์ จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวมาสอบสวนต่อที่ กก.3 บก.สปพ.

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนได้กระทำความผิดจริงโดยทำมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งจะใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อหาร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือทั่วไปและใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ในการติดต่อซื้อโทรศัพท์มือถือและให้ทางร้านค้าผู้เสียหายส่งเลขบัญชีธนาคาร มาให้ก่อนจะทำสลิปปลอมแก้ไขตัวเลขผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์รวมถึงข้อความชำระเงินปลอมผ่านโทรศัพท์มือถือร้านค้าผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายเกิดหลงเชื่อและจะให้พนักงานส่งของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มารับสินค้าที่ร้านผู้เสียหาย ก่อนจะนำไปขายต่อกับร้านจำหน่ายโทรศัพท์ที่ห้างสรรพสินค้าเมกะบางนาและเงินที่ได้มาจากการก่อเหตุก็จะนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนวิธีการหาเหยื่อนั้นก็จะเลือกร้านโทรศัพท์มือถือทั่วไปและเลือกซื้อสินค้าที่ราคาไม่สูงมาก เพื่อลดการตรวจสอบการชำระเงิน

Advertisement

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน,นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายประชาชน” ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ดำเนินคดีต่อไป