ไทย-ออสเตรเลีย ร่วมมือปราบยาเสพติด-อาชญากรรมข้ามชาติ หนุนการข่าว สกัดกั้น

7.11.18 | 16:01 น.

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายปีเตอร์ ดัทตัน รัฐมนตรีกิจการภายในออสเตรเลีย ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามข้อตกลงขยายกรอบระยะเวลาดำเนินงานหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วมไทย-ออสเตรเลียว่าด้วยความร่วมมือด้านยาเสพติด การฟอกเงิน และอาชญากรรมข้ามชาติ ( Taskforce Storm) ระหว่าง 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออกเตรเลีย เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศด้านยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ
 
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า การลงนามข้อตกลงในวันนี้จะทำให้การดำเนินงานของหน่วยปฏิบัติการร่วม Taskforce Storm ดำเนินการต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของทั้งสองประเทศในการจัดการกับภัยคุกคามของอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง โดยประเทศออสเตรเลียจะช่วยด้านการข่าวป้องกันการนำสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์เข้าไปในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ พร้อมจะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย เพื่อตรวจวิเคราะห์สืบค้นว่าที่ถูกลักลอบนำเข้าไปในประเทศออสเตรเลียถูกส่งมาจากแห่งผลิตใด



 ด้านนายปีเตอร์ กล่าวว่า สำหรับกรอบความร่วมมือกับประเทศไทย จะมีเรื่องต่อต้านการก่อการร้ายในภูมิภาคนี้และประเทศต่างๆ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการฟอกเงินเพื่อสนับสนุนการก่อการร้าย ทั้งนี้ จะยกระดับความสัมพันธ์ในเรื่องการป้องกันและแก้ไขยาเสพติดไม่ให้มีการลำเลียงยาผ่านประเทศไทยเข้าสู่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลีย ที่ผ่านมาประเทศออสเตรเลียประสบปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน เพราะออสเตรเลียมีลักษณะเป็นทวีปทำให้ยาเสพติดจะเข้ามาในประเทศทางเรือและอากาศเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยาเสพติดที่แพร่ระบายไปยังประเทออสเตรเลียส่วนใหญ่มาจากเส้นทางใด นายปีเตอร์ กล่าวว่า ยาเสพติดที่แพร่ระบาดเข้าไปยังประเทศออสเตรเลียนั้น ส่วนใหญ่เป็นยาไอซ์ มาจากทางสามเหลี่ยมทองคำและตะวันออกกลาง ส่วนยาเสพติดจากกลุ่มเคมีพันธ์ุจะมีต้นทางจากแหล่งอื่นๆ ได้อีก อย่างไรก็ตามได้มีการหารือกับประเทศจีนและอินเดียซึ่งเป็นแหล่งสารตั้งต้น ทั้งนี้ประเทศออสเตรเลียมีตำรวจประจำในประเทศต่างๆ อยู่แล้ว และมีการติดต่อช่วยเหลือกันตลอด

รายงานข่าวระบุว่า จากผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาสามารถจับกุมผู้ต้องหา รวมถึงสามารถตรวจยึดยาเสพติดในประเทศไทยได้ถึง 3.4 ตัน, สารอีเฟดรีน 3.4 ตัน, สาร GBL 30 ลิตร และกัญชา 3 ตัน และตรวจยึดยาเสพติดในประเทศออกเตรเลียได้ 398 กิโลกรัม, สารอีเฟดรีน 3.4 ตัน และสาร GBL 30 ลิตร อีกทั้งยังนำไปสู่การสืบสวนเครือข่ายการค้าโคเคนข้ามชาติระหว่างไทย ออสเตรเลีย และจีน โดยมีการตรวจยึดโคเคนจำนวน 1.3 ตันที่ประเทศออสเตรเลีย และอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมบุคคลในเครือข่ายเพิ่มเติม นอกจากนี้ ภายใต้ความร่วมมือ Taskforce Storm ยังเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการสืบสวนและปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติของประเทศไทยด้วย

Advertisement