เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ญาติผู้ต้องขังได้นำภาพถ่ายบนแผ่นหลังของผู้ต้องขังคดียาเสพติด ภายในเรือนจำจังหวัดกระบี่รายหนึ่ง สภาพมีร่องรอย เขียวช้ำ สีแดง เป็นแนว รวม 3 รอย คล้ายถูกทุบตีด้วยของแข็ง เข้ายื่นเป็นหลักฐานแก่นายชูวงศ์ มณีกุล ทนายความ ผู้ได้รับมอบอำนาจ จากผู้ต้องขัง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเข้าแจ้งความต่อกองปราบปรามให้เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ผู้คุมเรือนจำจังหวัดกระบี่ จำนวน 3 นาย ที่ผู้ต้องขังอ้างว่าร่วมกันรุมทำร้าย โดยใช้ไม้กระบองทุบตีกว่า 10 ครั้ง ใช้เท้าเตะเข้าที่ชายโครงด้านหลังอีก 8 ครั้ง ที่หน้าอก 3 ครั้ง และใบหน้าอีก 3 ครั้ง และยังบังคับให้ลงลายมือชื่อในกระดาษที่ยังไม่ได้กรอกข้อความ เหตุเกิดภายในเรือนจำเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา สาเหตุมาจากมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้ต้องขังรายหนึ่ง จากนั้นทางผู้คุมทั้งสามก็เข้าแยก ก่อนนำตัวมารุมทุบตีด้วยไม้กระบองอย่างทารุณ ท่ามกลางผู้ต้องขังจำนวนมาก
โดยนายชูวงศ์เปิดเผยว่า สำหรับผู้ต้องขังรายดังกล่าวต้องโทษคดียาเสพติด ศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 9 ปี และคุมขังในเรือนจำจังหวัดกระบี่มาแล้ว 1 ปี การกระทำของผู้คุมทั้ง 3 นาย ถึงแม้ว่าจะอ้างตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ไม่ถือว่ากรทำเกินกว่าเหตุ แต่ก็ได้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ครบองค์ประกอบความผิดแล้ว เนื่องจากทั้ง 3 นาย มีสิทธิ์ลงโทษได้เพียงการตัดชั้นนักโทษ หรือลดชั้นนักโทษลงมาเท่านั้น จึงถือว่าการกระทำของผู้คุมผิดวินัยอย่างร้ายแรง
นายชูวงศ์กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดกระบี่ เพื่อนำผู้ต้องขังรายดังกล่าว ขอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลกระบี่ แต่อยู่ในอำนาจผู้บัญชาการเรือนจำ ตามพ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา55 ในวันพรุ่งนี้จะประสานให้ทางญาติของผู้ต้องขังรายนี้ เข้ายื่นคำร้องต่อผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดกระบี่เพื่อขอเบิกตัวผู้ต้องขังไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลกระบี่ เพื่อรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ให้เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ผู้คุมทั้ง 3 คน มาตรา 157 ฐานกระทำผิด พระราชบัญญัติ ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เหตุผลที่ไม่แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ เนื่องจากกังวลว่าอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม

