ตม.ยุค4.0’บิ๊กโจ๊ก’เปิดให้นทท.ต่างชาติภูเก็ตขับรถผ่านด่าน”ต่อวีซ่า”3 นาที

21.11.18 | 19:24 น.

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. เป็นประธานเปิดโครงการอำนวยความสะดวกโดยให้บริการแบบขับรถผ่าน ของกองกำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต โดยมี พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบช.สตม. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รรท.ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต


พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สตม.เล็งเห็นถึงความสำคัญในการให้บริการแก่ชาวต่างชาติ ซึ่งมีผลต่อภาพลักษณ์ และการท่องเที่ยวของประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ “เชื่อมต่อประชาชาติ ภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งความมั่นคง” ซึ่งจังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว เป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีบุคคลต่างด้าวเข้ามาขอรับบริการด้านการขออยู่ต่อในราชอาณาจักร เป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นทุกปี ด้วยเหตุนี้ทางตม.จว.ภูเก็ต มีการนำร่องพัฒนาปรับปรุงการ ให้บริการ เริ่มจากการปรับปรุงตามนโยบาย 4.0โดยได้ดำเนินการปรับปรุง ระบบการตรวจสอบสถานะคำร้องขออยู่ต่อทางเว็บไซต์ฟังผลออนไลน์ และระบบสำรองคิวล่วงหน้า เพื่อนัดหมายคนต่างด้าวให้มายื่นคำร้องขออยู่ ต่อในราชอาณาจักร กรณีเอกสารครบถ้วน จัดทำระบบโปรแกรมแจ้งที่พักอาศัยตาม ม.38 กรณีระบบ PIBICS ไม่สามารถดาเนินการได้

นอกจากนี้ได้ริเริ่มโครงการอำนวยความสะดวกโดยให้บริการแบบขับรถผ่านซึ่งมีผู้มาใช้บริการต่อวันเป็นจำนวน300-700ราย โดยจะแยกงานที่ไม่ต้องใช้เวลาในการให้บริการเป็นเวลานาน ออกมาให้บริการแบบวันสต็อปเซอร์วิสสามารถขับรถผ่าน เข้ามาขอรับบริการแล้วรับผลได้ภายในเวลาไม่เกิน3นาที เพื่อลดความแออัด และแก้ปัญหาเรื่องที่จอดรถไม่เพียงพอ ถือว่าเป็นสิ่งที่ตอบสนองการให้บริการแบบทันท่วงที สะดวก รวดเร็ว
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันประเภทของงานบริการที่สามารถดำเนินการแบบขับรถผ่านได้แก่ ฟังผลพิจารณาการยื่นคำร้องขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวระยะยาว 1 ปี แจ้งการอยู่เกิน 90 วันของบุคคลต่างด้าว การแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย สำหรับเจ้าบ้าน เจ้าของ หรือผู้ครอบครองเคหะสถาน โดยมีเป้าหมายเป้าหมาย ลดความแออัดและอำนวยความสะดวกผู้มานั่งรอรับบริการร้อยละ 30 นอกจากนี้มีการพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงโครงสร้างอาคารสถานีให้มีความสะอาด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มาติดต่อ ขยายห้องงานขออยู่ต่อระยะสั้น จาก 40 ที่นั่ง เป็น 120 ที่นั่ง เพื่อพัฒนาก้าวเข้าสู่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยุค 4.0