คืบคดีสุสานนั่งยาง ทีมสืบเผยรู้ผลดีเอ็นเออีก 3 สัปดาห์ ระบุมีแจ้งคนหายเพิ่มเป็น 25 รายแล้ว

2.05.16 | 15:37 น.

 

วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 เมื่อเวลา 10.00 น.  ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธร จ.อุดรธานี พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 , พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.บรรจบ สีหานาวี ผกก.สอบสวน ภ.จว.อุดรธานี , พ.ต.อ.พรชัย บุญรอด ผกก.สภ.บ้านผือ ร่วมประชุมกับพิสูจน์หลักฐาน จ.อุดรธานี พร้อมทีมสืบสวน- สอบสวน ติดตามความคืบหน้าคดี “สุสานนั่งยาง” ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ โคกเฒ่าคำภา บ.คำบอนเวียงชัย ต.หนองแวง อ.บ้านผือ ท่ามกลางสื่อมวลชนทั้งส่วนกลางและพื้นที ได้รับอนุญาตให้บรรทุกภาพเบื้องต้น

ที่ประชุมได้ให้แต่ละหน่วยงาน รายงานความคืบหน้าที่รับผิดชอบ เริ่มจากสำนวนจุดไฟไหม้เรียงลำดับจาก 1 ไปจนถึง23 ว่าแต่ละจุดพบอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนกระดูกที่พบ 8 จุด ชิ้นส่วนเชื้อเพลิงที่พบในทุกจุด และชิ้นสวนวัตถุพยานที่พบแตกต่างกันออกไป จากนั้นเป็นความคืบหน้าคดี นางกุหลาบ อินทร์ศรี หายออกจากบ้านพักข้าราชการตำรวจ สภ.บ้านเทื่อม อ.บ้านผือ 17 พ.ย.52 และคดีพบศพนางบังอร ทองอ่อน ที่บริเวณสุสานเผานั่งยาง 9 มิ.ย.57 และการแจ้งบุคคลสูญหาย 25 ราย รวมทั้งรายนางกุหลาบ โดยเน้นไปที่รายที่ถูกอุ้มไปจากบ้าน โดยใช้เวลาประชุมกว่า 3 ชม.

จากนั้น ร่วมกันแถลงข่าวและตอบข้อซักถามว่า คดีนี้มีคำสั่งกำชับมาจากนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. ขณะที่วันนี้ ผบ.ช.ภาค 4 ได้ให้มาติดตามความคืบหน้าคดี เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จะต้องทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา ส่งผลต่อความไว้เนื้อเชื่อใจ ความศรัทธาต่อองค์กรรัฐ เชื่อว่าเร็วๆนี้จะมีข่าวดี จะเป็นเรื่องอะไรยังตอบไม่ได้ เพราะยังเป็นความลับการสอบสวน

201605021355324-20021028190339

Advertisement

พล.ต.ต.บุญลือ กล่าวว่า สถานที่ที่พบการเผามีสภาพเก่า จากต้นไม่ที่ขึ้นน่าจะเกินกว่า 10 ปี เป็นการยากที่จะพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล หรือตรวจหา ดีเอ็นเอ แต่ทุกฝ่ายก็ยังพยายามเต็มที่ ปกติจะใช่เวลาไม่เกิน 1สัปดาห์ แค่ครั้งนี้มีวัตถุพยานมาก อีกทั้งต้องมีความละเอียด คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีก 3 สัปดาห์ ส่วนคดีของนางกุหลาบ และนางบังอร มีการสืบสวนหาพยานเพิ่มเติม ซึ่งก็ต้องใช้เวลาเพราะเรื่องนานแล้ว โดยคดีนางกุหลาบฯวันนี้ยังรื้อคดีไม่ได้ ต้องหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมโดยเฉพาะ ดีเอ็นเอ

พล.ต.ต.พีระพงศ์ ได้ตอบข้อซักถามว่า ยังไม่มีคำสั่งหรือเสนอย้ายตำรวจนายใด เพราะที่ผ่านมามีเพียงคำพูด ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดอะไรลงไป ซึ่งมีทั้งคดีที่สอบสวนทางวินัยอยู่ หรือการเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีอาญา หากยังไม่มีหลักฐานเพียงพอเอาผิด แล้วไปย้ายเข้ามาช่วยราชการ ก็เหมือนกับว่าไปบอกให้เขารู้ แล้วยิ่งจะทำให้เปิดช่องหลบหนี แต่ถ้าเขาไปขมขู่พยาน ทำอะไรที่เกิดเลย ก็อยู่ในอำนาจปกครองจะปรับย้าย

201605021355322-20021028190339

พล.ต.ต.พีระพงศ์ ยังตอบข้อซักถามอีกกว่า การสืบสวนสอบสวนไม่ใช่เพียง คดีเก่าในประเด็นเก่า 2 คดี หรือคดีจุดเผาที่ตรวจพบ 23 จุด แต่ยังมีประเด็นที่ผู้ร้อง ระบุถึงเหตุการณ์ถูกอุ้ม มีพยานหลักฐานชัดเจน ไม่ต้องถึงกับพบศพก็มีความผิดแล้ว ซึ่งตำรวจจะไปสอบปากคำ ผู้ต้องขังที่ถูกควบคุมตัวอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอดีตข้าราชการตำรวจหลายคน และประชาชนอีกหลายคน เชื่อว่าถ้าคดีใดบริเวณ 23 จุดถูกไขปริศนา ก็จะเชื่อมโยงเข้าไปหากลุ่มที่ก่อเหตุ

“คดีเผานั่งยางที่ได้รับความสนใจครั้งนี้ ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับองค์กร ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับอิทธิพล แต่เป็นเพราะความชั่ว ความเลวส่วนตัว ไมใช่เป็นการกระทำของคนคนเดียว และยังมาทำในสถานที่เดียวกัน จะต้องมีผู้รู้เห็นเป็นใจเป็นกลุ่ม หลักฐานน้อยๆจับกุมไปก็หลุด เข้าไม่ยอมรับง่ายๆแน่นอน ผู้ต้องหาต้องจำนนด้วยหลักฐานเท่านั้น ” พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าว