เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายรา (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี ชา จ.อุดรธานี พยานสำคัญในคดีเผานั่งยาง 23 จุด บริเวณป่าเชิงเขาบ้านคำบอนเวียงชัย ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เข้าพบพ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้ดีเอสไอช่วยคุ้มครอง เนื่องจากเข้าไปล่วงรู้ความลับในคดีเผานั่งยาง จึงถูกข่มขู่และมีชายแปลกหน้ามาวนเวียนถามหาอยู่ตลอด กลัวว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยและจะได้รับอันตราย
นายรา กล่าวว่า เมื่อปี 2558 ขับรถเพื่อไปทำไร่ทำสวนตามปกติวันเกิดเหตุมีชายฉกรรจ์ 4 คน มาโบกรถให้จอดและค้นรถของตน จากนั้น ชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวอุ้มตนขึ้นรถไปยังบริเวณที่มีการตรวจพบโครงกระดูกที่ถูกเผานั่งยาง 23 จุด พร้อมกับข่มขู่ให้นำเงินสด 260,000 บาท มาให้ หากไม่นำเงินมาให้จะถูกฆ่า ทำให้หวาดกลัว จึงโทรศัพท์หาน้องสาวเพื่อหยิบยืมเงินมาให้กลุ่มชายฉกรรจ์จนได้รับการปล่อยตัว จากนั้นถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวจับกุมโดยระบุว่าตนมียาเสพติดไว้ในการครอบครอง และเรียกเงินไปอีก 300,000 บาท
“จากการถูกข่มขู่ครั้งที่ 2 ทำให้เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เพราะชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คน ขู่ว่าจะฆ่าอีก จึงนำเงิน 300,000 บาท ไปจ่ายให้ เพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ ตนสืบทราบภายหลังว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ ด.ต. ในจ.อุดรธานี เมื่อทราบข้อมูลดังกล่าว จึงปรึกษากับทางญาติ ก่อนตัดสินใจเข้ามอบตัวเพื่อสู้คดียาเสพติดที่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กล่าวหาว่ามียาเสพติดไว้ในการครอบครอง ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ 7 เดือน ในที่สุดศาลพิพากษายกฟ้อง อย่างไรก็ตามระหว่างถูกคุมขังมีคนมาเยี่ยมและขู่ห้ามเอาผิดกับตำรวจทั้ง 4 นาย ไม่อย่างนั้นจะฆ่าทิ้ง หลังจากได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ จึงเดินทางมาร้องขอให้ดีเอสไอช่วยคุ้มครองฐานะพยาน”นายรากล่าว
ด้าน พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ในส่วนของดีเอสไอตั้งเรื่องสืบสวนคดีกรณีการตรวจพบกองเถ้ากระดูกมนุษย์และร่องรอยเศษยางรถยนต์ถูกเผา 23 จุด ที่จ.อุดรธานี สอดคล้องกับที่นายรามาร้องขอให้ดีเอสไอคุ้มครองพยาน เพราะจากการสอบถามข้อมูลจากนายรา เบื้องต้นทราบว่าอาจเป็นพยานคนสำคัญ เชื่อมโยงไปหาผู้กระทำความผิดในคดีเผานั่งยาง 23 จุด ทั้งนี้ได้รับคำอนุมัติจากพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ให้ดำเนินการคุ้มครองนายราตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทางดีเอสไอคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักก่อน ส่วนข้อเท็จจริงว่านายรารู้เห็นเรื่องนี้ขนาดไหนนั้นต้องสอบสวนอีกครั้ง
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวต่อว่า อธิบดีดีเอสไอ สั่งการให้สำนักปฏิบัติการคดิพิเศษภาค ดีเอสไอ สืบสวนสอบสวนอย่างจริงจังแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบจุดเผานั่งยางดังกล่าว เพราะอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับบุคคลสูญหายที่ดีเอสไอเคยได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่เป็นการทำงานคู่ขนานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์จะประสานข้อมูลกันอีกครั้ง

