รวบแท็กซี่ ขูดค่าโดยสารโหด ดอนเมือง – แจ้งวัฒนะ เรียก 1,200 บ.

2.05.16 | 21:57 น.

เมื่อเวลา 20.00น. วันที่ 2 พฤษภาคม ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.ทท. พร้อมด้วยพ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.1 บก.ทท. พ.ต.ท.อภิเษก ปิศโน สว.ส.ทท.4 กก.1 บก.ทท(ดอนเมือง) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมและเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก ร่วมกันแถลงจับกุม นายวัชระ ทาน้อย อายุ31ปี พร้อมของกลาง แท็กซี่สีแดง ทะเบียน ทพ 7739 กทม.ในข้อหาใช่รถที่จดทะเบียนแล้วแต่มิได้เสียภาษีประจำปี ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522

พ.ต.อ.นิธิธร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา ตำรวจท่องเที่ยวดอนเมืองได้รับการประสานมาจากกองตรวจการขนส่งทางบกว่ามีแท็กซี่ไม่มีมิตเตอร์เก็บค่าโดยสารแพงเกินจริง โดยเมื่อเวลา09.00น. วันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา นางสาวบี(นามสมมุติ)สัญชาติไทย เป็นแอร์โฮสเตสสายบินต่างประเทศ ได้เรียกใช้บริการแท็กซี่สีส้ม ให้ไปส่งยังกงสุล ถ.แจ้งวัฒนะ ระหว่างที่ขึ้นรถไปแล้วนั้น สังเกตุเห็นว่าภายในรถไม่มีมิเตอร์และทะเบียนรถพร้อมประวัติคนขับรถ ซึ่งจะติดไว้ที่บริเวณด้านหน้ารถและข้างประตูด้านหลัง

จากการสอบถามผู้เสียหายทราบเป็นชายลักษณะผอม ผิวคล้ำ สูงประมาณ165 เซนติเมตร ผมสั้นสกินเฮด หน้าแหลม ซึ่งคนขับได้พูดว่ารถไม่มีมิเตอร์แต่คิดราคาตามปกติ พอไปถึงที่หมายคนขับได้เขียนใบเสร็จพร้อมเบอร์โทรศัพท์และระบุชื่อนายประสิทธิ์ ลีทอง พร้อมกับเรียกค่าบริการเป็นเงิน 1,200บาท และยังได้ขอเบอร์โทรศัพท์ของนางสาวบีไว้ด้วยโดยบอกว่าหากต้องการเรียกใช้ในภายหลังจะได้สะดวก แต่นางสาวบี ปฏิเสธที่จะให้เบอร์โทรศัพท์ก่อนจะรีบจ่ายเงินและลงไปทำธุระ ขณะนี้นางสาวบีกำลังอยู่ระหว่างการทำงานบนเครื่องบินไปต่างประเทศจึงให้น้องสาวเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนแทน ตำรวจท่องเที่ยวจึงได้ตรวจสอบจนพบว่าชื่อที่เขียนบนใบเสร็จนั้นเป็นชื่อที่ไม่มีตัวตน เมื่อตรวจสอบตามเบอร์โทรศัพท์ที่ให้มาพบว่าชื่อที่ลงทะเบียนไว้คือนายนายวัชระ

13122955_1122900057749889_1593718826197211663_o

เมื่อส่งภาพไปให้นางสาวบียืนยันตัว ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันที่ก่อเหตุตำรวจจึงนำภาพผู้ต้องหาไปให้กับเจ้าหน้าที่สนาบินตรวจสอบผู้ต้องสงสัย จนต่อมาวันที่ 30 เมษายน นายวัชระได้ขับรถคันก่อเหตุเข้ามาทำทีรับผู้โดยสารที่สนามบินแต่เจ้าหน้าที่สนามบินจำได้ ว่าเป็นรถที่ต้องสงสัยจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม แต่นายวัชระไหวตัวทันได้เปิดประตูรถแล้ววิ่งหนีไปแต่ก็ถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด จากการตรวจสอบประวัตินายวัชระพบว่ามีหมายจับอยู่ที่ สน.อุดมสุข ในข้อหายักยอกทรัพย์ด้วย นอกจากนี้ยังตรวจสอบไปยังกรมการขนส่งทางบกพบว่ารถแท็กซี่คันดังกล่าว ทะเบียน ทพ 7739 กทม. ทะเบียนถูกยกเลิกไปแล้ว

Advertisement

พ.ต.อ.นิธิธร กล่าวต่อว่า ทางผู้เสียหายนั้นเป็นคนไทยก็จริงแต่ไม่ได้อยู่ประเทศไทยนานมาก ทำให้ไม่เข้าใจมาตราการต่างๆในการให้บริการของแท็กซี่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้มีการปราบปรามแท็กซี่ที่กระทำความผิดในลักษณะนี้อยู่ตลอด ซึ่งกรณีนี้เป็นการเรียกแท็กซี่นอกจุดบริการแท็กซี่จึงอยากเตือนประชาชนทั่วไปให้เรียกแท็กซี่ที่จุดบริการแท็กซี่ของสนามบินจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ผู้ต้องหาสารภาพว่าพึ่งเคยทำเป็นครั้งแรกแต่ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะผู้ต้องหามีพฤติการณ์จะก่อเหตุซ้ำ หลังจากนี้จะมีมาตรการในการดูแลเรื่องแท็กซี่ให้เข้มข้นมากขึ้น ซึ่งต้องมาดูว่ามาตรการใดที่จะสามารถนำมาใช้ไม่ให้แท็กซี่ก่อเหตุได้อีก ขณะนี้ยังมีแท็กซี่หลายสียังให้บริการผิดประเภทกันอยู่ ในอนาคตจะต้องมีการดูแลในส่วนนี้ด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับจำนวน 2,000บาท ก่อนจะส่งตัวนายวัชระให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.อุดมสุข เพื่อดำเนินคดีในหมายจับข้อหายักยอกทรัพย์ต่อไป

นายวัชระ ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยผู้โดยสารเรียกให้ไปส่งที่กงสุล ถ.แจ้งวัฒนะ ตนก็ได้มีการตกลงราคาอยู่ที่1,200บาท ผู้โดยสารเองก็ตกลง จึงได้ไปส่งที่หมายตามที่ได้ตกลงกับไว้ ซึ่งภายในรถตนนั้นมีมิเตอร์และมีชื่อคนขับอยู่ตามปกติ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าปกติราคาจากสนามบินดอนเมืองไปกงสุลค่าบริการเท่าไร ทำไม่เรียกร่าบริการในราคาสูง นายวัชระกล่าวว่า ราคากว่า100บาท ตนขอโทษที่มีการเรียกค่าโดยสารเกินจริง