เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 ได้รับรายงานเหตุจาก พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.ท่าเรือ ว่าเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ว่ามีคนร้ายเป็นชายสูงวัยชื่อ นายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี ก่อเหตุข่มขืนหญิงชราที่ป่วยนอนติดเตียง แล้วหลบหนีไป
โดย น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทาง ร.ต.อ.สิทธิโชค สุคนธ์พันธ์ รอง สารวัตร (สอบสวน) สน.ท่าเรือ ว่าเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 20.00 น.ที่ผ่านมา ตนได้สังเกตุอาการของ นางบี (นามสมมติ) อายุ 73 ปี ผู้เป็นแม่ที่ป่วยต้องนอนรักษาตัวติดเตียงที่บ้านพัก มีท่าทีอาการเครียด และหวาดกลัวตลอดเวลาตนจึงสอบถามผู้เป็นแม่ จึงทราบว่าสาเหตุที่มีอาการเครียด เมื่อกลางดึกของวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา “นายสมบัติใช้กำลังข่มเหง โดยทำการข่มขืนแม่ และหลบหนีไป” ก่อนมาแจ้งความเพื่อดำเนินกับคนร้ายให้ถึงที่สุด
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าในโลกสังคมออนไลน์ ได้นำเรื่องราวดังกล่าวไปตีแผ่พฤติกรรมของคนร้าย เพื่อให้ประชาชนเฝ้าระวังเป็นหูเป็นตา ให้ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ชาวบ้านในละแวกนี้ยังตกอยู่ในความหวาดละแวงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากยังมีผู้พบเห็นคนร้ายรายนี้ยังลอยนวล และได้มีผู้พบเห็น ว่าไปปรากฎตัวที่ย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ

ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า หลังจากเกิดเหตุตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ท่าเรือ ได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบสอบปากคำพยานแวดล้อม ตลอดจนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า คนร้ายเป็นชายชราสูงวัยรูปร่างสูงผอม จากนั้นจึงตรวจสอบพบเบาะแสว่าคนร้ายคือ นายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี ซึ่งอาศัยภายในชุมชนเดียวกับผู้เสียหาย ซึ่งผู้ต้องมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเป็นคนรู้จักกับลูกเขย นางบี โดยก่อนเกิดเหตุ ทางลูกเขยได้ชักชวนนายสมบัติมาร่วมกันเสพยาที่บ้านหลังเกิดเหตุ กระทั่งเมาได้ที่ นายสมบัติได้แอบเข้าไปข่มขืนผู้เสียหายและหลบหนีไป
จากนั้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ จ.727/2561 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561ในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น”
พล.ต.ต.มงคล เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่สะเทือนขวัญประชาชน ทางตำรวจ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตนจะสั่งการให้ พ.ต.อ.สมบัติ สร้างความเชื่อมั่น ให้ขวัญกำลังใจชาวบ้าน เพื่อลดความหวาดละแวง พร้อมทั้งเร่งรัดคดี โดยทางตำรวจ ขณะนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามทางตำรวจ ฝ่ายสืบสวน อยู่ระหว่างเร่งกดดัน ขอยืนยันว่าจะต้องติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ต้องขอเวลาทางเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน เพื่อนำตัวมาลงโทษทางกฎหมายต่อไป

