เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 3 พฤษภาคม ที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พ.ต.ท.พุทธพงศ์ เมฆเอี่ยมนภา สว.สส.กก.3บก.ทท. และฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี แถลงจับกุม น.ส.ตะวันนา ธาราวสันต์ อายุ 42 ปี ชาว จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมว่าไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ร่วมกันกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรข้ามชาติ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 23 ล้านบาท โดยจับกุมได้บริเวณร้านคุณติ๋มโฮมสเตย์ ตำบลและอำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวอุดรธานี ว่าถูกบุคคลอ้างชื่อว่า นายแฟรงค์ นิโคลาส (Mr.Frank Nicholas) ชาวไนจีเรีย รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก ไม่เคยพบเห็นกันมาก่อน หลอกให้โอนเงินหลายล้านบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนทราบว่าบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงิน มีทั้งสิ้น 3 บัญชี ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับ และนำมาสู่การจับกุม น.ส.สุมา กาสา อายุ 33 ปี หนึ่งในชื่อเจ้าของบัญชี จากการสอบสวนขยายผล น.ส.สุมา ให้การซัดทอดไปยัง น.ส.ตะวันนา ว่าเป็นผู้ให้เปิดบัญชีธนาคาร 6 บัญชี ได้ค่าจ้างเป็นเงินบัญชีละ 5,000 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนจนจับกุม น.ส.ตะวันนา ได้ขณะหลบหนีอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนทราบว่ามีผู้เกี่ยวมากกว่า 7 คนขึ้นไป กำลังขออนุมัติหมายจับอีก 3 คน เป็นคนไทยและคาดว่ายังคงอาศัยอยู่ในประเทศไทย สำหรับนายแฟรงค์นั้นคาดว่าไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงเฟซบุ๊กปลอม ที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกเอาเงินผู้ที่หลงเชื่อ
สอบสวน น.ส.ตะวันนาให้การว่า รับจ้างจากหญิงสาวรายหนึ่งให้ช่วยเปิดบัญชี โดยจะมีค่าตอบแทนบัญชีละ 5,000 บาท ตนเปิดไปทั้งหมด 5 บัญชี เนื่องจากเดือดร้อนต้องการใช้เงิน ต่อมาหญิงคนดังกล่าวขอให้ตนไปติดต่อหาบุคคลอื่นเพื่อต้องการให้เปิดบัญชีเพิ่ม ตนจึงไปติดต่อผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ไม่เคยทราบมาก่อนว่าตนถูกออกหมายจับ กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า น.ส.ตะวันนามีหมายจับข้อหาฉ้อโกงของกองบังคับการปราบปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ซึ่งมีมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท ด้วย
ขณะที่ผู้เสียหายรายหนึ่งขอสงวนชื่อและสกุล เปิดเผยว่า รู้จักกับนายแฟรงค์ ผ่านทางเฟซบุ๊ก อีกทั้งทำงานร้านอาหารอยู่ที่ประเทศมาเลเชีย โดยนายแฟรงค์ทำทีมาติดสนิทพูดคุย ในตอนแรกไม่สน
ใจ กระทั่งมีการติดต่อกันเรื่อยมากว่า 6 เดือน จึงเกิดความเชื่อใจ กระทั่งเมื่อปี 2557 ผู้ต้องหาบอกว่าพ่อเสียชีวิตและให้เช็คไว้ แต่ต้องมีค่าธรรมเนียมในการขึ้นเช็ค จึงขอยืมเงินตน ครั้งแรกโอนไปให้ 60,000 เหรียญสหรัฐ จากนั้นนายแฟรงค์ขอยืมเงินเรื่อยๆ จึงโอนไปให้ประมาณ 10 ครั้ง ในระยะเวลา 2-3 เดือน มูลค่ากว่า 23 ล้านบาท เหตุที่ให้เพราะสงสารอยากช่วยเหลือ แต่ไม่คิดว่าจะพบกับเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ตนเข้าไปแจ้งความกับทางดีเอสไอ แต่เรื่องยังเงียบจึงตัดสินเข้าแจ้งความอีกครั้ง กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม น.ส.ตะวันนา เจ้าของบัญชีที่ตนได้โอนเงินไปให้ได้

