เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าคดี “สุสานเผานั่งยาง” ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ โคกเฒ่าคำภา บ.คำบอนเวียงชัย ม.3 ต.หนองแวง อ.บ้านผือ มีข่าวดีจากสถาบันนิติเวช ว่าเศษกระดูก 8 ชุด จากจุดพบ 23 แห่ง ที่ถูกส่งไปตรวจหาดีเอ็นเอ สามารถตรวจได้แล้ว 1 ชุด เป็นชุดจากจุดเผาที่ 8 ตามที่ตำรวจประเมินไว้ก่อน พร้อมสอบปากคำญาติไว้ล่วงหน้า 2 คดี คือ คดีอุ้มช่างซ่่อมรถออกจากบ้านใน อ.บ้านผือ และคดีอุ้มสองสามีภรรยาหายไปพร้อมรถ อ.นายูง จ.อุดรธานี ขณะยังรอผลจุดที่ 10 ก็น่าจะตรวจพบอีก
พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อทราบจากนิติเวชว่ากระดูกที่ส่งไปตรวจในจุดเผาที่ 8 สามารถตรวจเก็บดีเอ็นเอได้ จะทำให้เราทำงานเดินหน้าต่อ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่สงสัย รวมทั้งผู้ที่มาแจ้งบุคคลสูญหาย ที่อยู่ห่างไกลจาก จ.อุดรธานี ขอให้คิดก่อนว่า จะมีส่วนเกี่ยวพันมายังอุดรธานีหรือไม่อย่างไร แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในอุดรธานี หรือใกล้เคียง ที่มาร้องเรียนแล้ว ยังไม่ได้ตรวจเก็บดีเอ็นเอ ขอให้มาพบพนักงานสอบสวน ภ.จว.อุดรธานี หรือที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานอุดรธานี
“การตรวจเก็บดีเอ็นเอ.รวมแล้ว 9 ราย ขณะผู้มาแจ้งญาติสูญหายที่ สภ.บ้านผือ 24 ราย และตรวจเก็บไปแล้วที่กรุงเทพฯ 1 ราย ทั้งนี้คงต้องขึ้นกับว่าญาติ ของผู้สูญหายจะสะดวกมาพบตอนไหน อาจจะใช้เวลาเป็นสัปดาห์ แต่ในส่วนที่ตรวจเก็บไว้แล้ว คงจะเร่งส่งไปตรวจเปรียบเทียบภายใน 1-2 วันนี้ โดยผู้มาแจ้งความ สามารถเก็บตัวอย่างรายละคนก็เพียงพอ เพราะไม่ได้ตรวจเปรียบเทียบลึกไปว่า เป็นลูกพ่อกันจริงไหม เราตรวจเพียงเพื่อทราบว่า รหัสดีเอ็นเอตรงกันเท่านั้น จะเป็นลูก พี่น้อง พ่อแม่ สามารถตรวจได้หมด” พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายดารา พาไสย์ เข้าร้องดีเอสไอขอให้คุ้มครองตัวเองในฐานะพยาน โดยตำรวจ 4 นาย ที่ สภ.น้ำโสม ที่เป็นคู่กรณีกับนายดาราฯ ได้ดำเนินการอย่างไร พล.ต.ต.พีระพงษ์ฯ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ตอบว่า หลังจากที่นายดาราฯ เข้าร้องเรียนต่อ ผช.ผบ.ตร.เมื่อสัปดาห์ก่อน ให้สอบปากคำพยานเพิ่มอีก 1 ราย เมื่อการสอบพยานปากนั้นไปแล้ว มีมูลพอฟังได้ว่า น่าจะมีการเข้าไปยุ่งเหยิง วุ่นวาย มีพฤติการณ์ข่มขู่หรือไม่ ก็จะมีคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 4 นาย ออกจากพื้นที่ก่อน ส่วนคดีส่งให้ ปปท.รับคดีไปนานแล้ว
พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีของนางกุหลาบ อินทร์ศรี และ นางบังอร ทองอ่อน หากมีญาติร้องขอความคุ้มครองมา ทางตำรวจก็ต้องดำเนินการให้ หรือหากจะไปร้องขอคุ้มครองที่ดีเอสไอ ก็เป็นสิทธิหากคิดว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย สำหรับเรื่องการให้ความยุติธรรม เราดำเนินการให้เต็มที่ อย่างไรก็ตามเราไม่ได้ทำงานอย่างรีบร้อน ต้องทำงานให้ละเอียดรอบคอบ เมื่อถึงวันที่เรารวบรวมหลักฐานได้ครบ ได้ดีเอนเอ.จากกระดูกและญาติตรงกัน ก็เดินหน้าหาพยานอื่นมาประกอบ
ทั้งนี้รายงานระบุว่า ในส่วนทางสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.อุดรธานี และสืบสวน ภาค 4 เป็นไปในแนวทางเดียวกัน คือ “สุสานเผานั่งยาง” ทุกศพที่ถูกนำมาเผาเป็นกลุ่มเดียวกันลงมือทำ ซึ่งมีทั้งอดีตตำรวจในพื้นที่และลูกน้อง บางคนรวมทั้งอดีตตำรวจ ถูกจับกุมและคุมขังในเรือนจำ ซึ่งกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกันการฆาตกรรม นางบังอร และการอุ้มนางกุหลาบ แต่พยานหลักฐานไปไม่ถึง การตรวจพบ ดีเอ็นเอที่จุดเผา 8 จะเป็นหลักฐานสำคัญจับกุมคนกลุ่มนี้ ซึ่งบางคนร่วมอุ้มช่างซ่อมรถยนต์ได้หายออกจากพื้นที่ไปแล้ว

