กรมป่าไม้จี้ เอาผิดนายทุนบุกรุกยึดทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ ชาวบ้านร่วมให้กำลังใจ

4.05.16 | 12:10 น.

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศุภชัย สุกใส ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามภาคใต้ กรมป่าไม้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน เข้าพบ นายนพสิทธิ์ อุดมสุวรรณกุล นายอำเภอท้ายเหมือง เพื่อหารือแนวทางการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกถือครองที่ดินทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ทุ่งส้อง หมู่ที่ 4 ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ของกลุ่มนายทุนอิทธิพล ซึ่งพบว่าป่าถูกทำลายไปแล้วมากกว่า 1,500 ไร่ ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาความแห้งแล้งในพื้นที่ 4 ตำบล ซึ่ง นายนพสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของ อบต.ลำภี และสำนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง ที่จะแก้ไขปัญหาการบุกรุกครอบครองที่ดินสาธารณะแปลงนี้ ตนเองไม่กล้าที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวห้ามปรามการบุกรุกตัดไม้ในพื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ เพราะกลัวกลุ่มนายทุนฟ้องร้องดำเนินคดี

ต่อจากนั้นนายอำเภอท้ายเหมือง ได้นำผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามภาคใต้ กรมป่าไม้ เดินทางไปตรวจสอบค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมที่ สำนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง โดยนายนพสิทธิ์ ได้ขอพูดคุยเป็นการส่วนตัวสองต่อสองกับนายชวลิต โกบแม็ง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง ประมาณ 15 นาที ก่อนที่จะอนุญาตให้นายศุภชัย สุกใส เข้าพบและหารือร่วมกัน

201605041110081-20021028190418

จากการตรวจสอบเอกสารและแผนที่ระวางที่ดิน พบว่ามีเอกสารสิทธิที่ดินทับซ้อนอยู่บนพื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ซึ่ง บริษัท สวนยางงานทวี จำกัด เอามาแสดงกับกรมป่าไม้ จำนวน 40 แปลง เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะเป็นเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทำให้พื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์เหลืออยู่แค่ 2,184 ไร่ ไม่ถึงครึ่งที่เคยจดทะเบียน ไว้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์เมื่อปี 2469

201605041110093-20021028190418

Advertisement

นอกจากนี้ ยังพบข้อพิรุธอีกหลายอย่าง ที่สำคัญคือพื้นที่ดังกล่าวนี้ได้มีความพยายามจัดทำหนังสือสำคัญที่หลวง หรือ นสล. เพื่อเก็บไว้เป็นสมบัติของส่วนรวม มาตั้งแต่ปี 2528 หรือเมื่อ 30 ปีก่อน แต่ถูกข้าราชการบางคนเก็บเรื่องเงียบไว้ ปล่อยให้มีการออกเอกสารสิทธิทับพื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็มีความพยายามอำนวยความสะดวกให้กลุ่มนายทุนอิทธิพลตัดต้นไม้ ปรับไถที่ดินทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์เสียหายยับเยิน เพื่อเตรียมออกเอกสารสิทธิให้กับกลุ่มนายทุนครั้งใหญ่กว่า 1,500 ไร่ แต่ถูกชาวบ้านคัดค้าน และขัดขวางมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

นายศุภชัย เปิดเผยว่า หลังตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ดิน และระวางที่ดินอย่างละเอียดแล้ว ได้นำเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบพื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ทุ่งส้อง เพื่อตรวจยึดอุปกรณ์เครื่องจักรกล ที่นายทุนนำเข้าไปกระทำความผิด เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนอิทธิพล ซึ่งบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ของหมู่บ้าน ก่อนนำไปออกเอกสารสิทธิครอบครอง โดยมีชาวบ้าน และอดีตคนงานเหมือง เดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมทั้งนำหลักฐาน รวมถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ต่อการดำเนินคดี และยึดคืนพื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์กลับมาเป็นสาธารณสมบัติของหมู่บ้าน

ด้านนายสุวรรณ ใจหลัก อดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.4 อายุ 74 ปี เปิดเผยว่า ในอดีตตนเองเคยเป็นคนงานเหมือง และทำงานอยู่ในพื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์แห่งนี้ ซึ่งเคยมีการขอสัมปทานทำเหมืองแร่มาก่อนหมดอายุสัมปทานเมื่อปี 2547 เอกสารสิทธิที่ดินบางส่วนของบริษัทนั้น เป็นที่ดินที่ไม่เคยทำประโยชน์มาก่อน ส่วนใหญ่เจ้าของเป็นคนงานเหมืองแร่ ที่บริษัทใช้ชื่อคนงานเหมืองแร่ไปออกเอกสารสิทธิ แล้วมาขายต่อให้บริษัท ซึ่งความจริงก็ไม่ได้มีการซื้อขายหรือจ่ายเงินให้จริง เป็นเพียงพฤติกรรมอำพราง เพื่อหวังยึดเอาที่สาธารณะมาเป็นที่ดินส่วนตัวเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างผิดหวังและหมดหวังกับการรอคอยความช่วยเหลือจากหน่วยงานระดับอำเภอ และจังหวัดพังงา ที่จะมาร่วมมือกับชาวบ้านทวงคืนพื้นที่สาธารณะ ให้กลับมาเป็นสมบัติของแผ่นดิน เพื่อให้ประชาชนใช้สอยร่วมกัน แต่ทุกคนยืนยันว่าจะไม่ท้อถอยยอมแพ้นายทุนอิทธิพล เหมือนข้าราชการที่กินเงินเดือนจากภาษีประชาชนแน่นอน โดยจะรวมกันต่อสู้เรียกร้อง จนกว่าจะได้ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ทุ่งส้อง ซึ่งเป็นสมบัติของแผ่นดินคืนมาให้ได้