ความคืบหน้าเหตุ นายพีรพล ยศพงศ์อนันต์ อายุ 21 ปี นายอรินทร์ ยศพงศ์อนันต์ อายุ 20 ปี 2 พี่น้อง นายอัครเดช ทัศนะ อายุ 22 ปี นายมนต์มนัส แสงโพธิ์ อายุ 22 นายเมฆ พลไกรษร อายุ 19 ปี และนายเบียร์ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันใช้อาวุธมีดฟันและแทงนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 36 ปี ชายขาพิการ อาชีพส่งขนมปังจนเสียชีวิต หน้าร้านขนมปัง “ปังหอม” ถนนโชคชัย 4 ซอย 69 เมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาและส่งฝากขังที่ศาลอาญาเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม โดยในส่วนของนายพีรพล ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 4 พฤษภาคม ที่ สน.โชคชัย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เดินทางมาตรวจสำนวนคดี โดยมี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 และ พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โชคชัย รายงานความคืบหน้า
จากนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์เปิดเผยว่า เดินมาตรวจสอบคดีด้วยตัวเอง เพราะอยากให้ทุกคนมั่นใจว่าคนผิดต้องติดคุก ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จากการตรวจสอบสำนวนพบว่าพยานหลักฐานสมบูรณ์สามารถเอาผิดได้ ในส่วนญาตินายสมเกียรติระบุว่า จะแจ้งความผู้หญิงที่อยู่ในเหตุการณ์ในข้อหายุยง ส่งเสริม ตามมาตรา 83 นั้น จะได้รับโทษ 2 ใน 3 เท่านั้น แต่หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าหญิงคนดังกล่าวอยู่ในเหตุการณ์และมีการตะโกนบอก “เอาเลยๆ เอามันให้ตาย” ตามที่มีการกล่าวอ้าง จะถือว่ามีความผิดเทียบเท่าตัวการร่วม ต้องรับโทษเทียบเท่าตัวการ คือรับโทษเต็ม ในส่วนของการแจ้งข้อหาทั้ง 6 คนนั้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย บุกรุก และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตาม ป.อาญา ม.288 แล้ว ส่วนที่ญาติและทนายประสงค์อยากให้แจ้งเจตนาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น จะต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าการที่นำมีดมานั้น ต้องการนำมาเพียงเพื่อป้องกันตัว หรือมีเจตนาจะนำมาฆ่านายสมเกียรติจริงๆ หากเป็นกรณีหลังจะเปลี่ยนเป็นความผิดตาม ป.อาญา ม.289 มีโทษสูงกว่า ส่วนที่ผู้ต้องหาอ้างว่ากระทำการไปเพื่อป้องกันตัวเองนั้น ต้องพิสูจน์ว่าการป้องกันดังกล่าวเกินกว่าเหตุหรือไม่ต่อไป
พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในส่วนของการตรวจหาสารเสพติด ทั้ง 6 คนยืนยันไม่พบสารเสพติด หลายคนอาจเห็นใจหลายๆ ฝ่าย ตนเห็นใจครอบครัวทั้ง 2 ฝ่าย แต่การเห็นใจดังกล่าวจะไม่นำไปสู่การช่วยเหลือในทางที่ผิดแน่นอน ใครผิดต้องว่ากันไปตามนั้น ส่วนของตำรวจเป็นผู้ปกครองของกลุ่มผู้ต้องหานั้น แท้จริงอยากนำมาให้ผู้สื่อข่าวซักถาม หรือตอบข้อสงสัยในบางประเด็น แต่สิ่งที่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าพ่อแม่ที่เป็นตำรวจไม่ได้ทำอะไรผิด และสอนลูกมาดีแล้ว ลูกมาทำเช่นนี้ ช้ำใจอยู่แล้ว ทั้งนี้ลูกตำรวจมีเป็นแสนเป็นล้าน ที่ได้ดีก็มีเยอะ จึงไม่อยากให้ตั้งเป้าในประเด็นดังกล่าว แต่หากลูกตำรวจคนไหนทำผิดก็ไม่ละเว้น หากลูกตนทำผิดตนก็จับ อย่างไรก็ตาม หากญาติผู้เสียชีวิตมีอะไรที่ยังค้างคา หรือติดใจ หรือสงสัยในประเด็นไหน หรือมีสิ่งใดที่ตำรวจทำไปแล้วไม่ถูกใจ ตนน้อมรับผิดในฐานะผู้บังคับบัญชา และขอให้เข้ามาติดต่อส่วนตัวกับตนได้เลย น้อมรับฟัง เปิดใจ และพร้อมตอบคำถามทุกกรณี
ด้าน พ.ต.อ.ชัยรพกล่าวว่า ขณะนี้สอบปากคำไปแล้ว 13 ปาก และฝากขังกลุ่มผู้ต้องหาไปแล้ว ในส่วนของหญิงสาวที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น พบว่ามี 2 คน และเป็นเยาวชนทั้งคู่ คือ น.ส.ส้ม (นามสมมุติ) และ น.ส.แตงโม หลังเกิดเหตุได้นำตัว น.ส.ส้มมาสอบปากคำแล้ว แต่ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องคลิปเสียงที่ระบุว่ายุยง ส่งเสริมให้ทำผิดดังกล่าว ทั้งนี้จะนำตัว น.ส.แตงโมมาสอบปากคำ เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีญาติติดใจว่าขณะเกิดเหตุและมีตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุ แต่ไม่ได้ช่วยระงับเหตุเท่าที่ควรจะเป็น และยังปล่อยผู้ก่อเหตุบางรายไปนั้น พ.ต.อ.ชัยรพกล่าวว่า ตรวจสอบแล้วพบว่าวันเกิดเหตุนั้น สายตรวจรับแจ้งว่ามีการทำร้ายร่างกาย ตำรวจจึงพยายามวิ่งไปที่เกิดเหตุเพื่อระงับเหตุดังกล่าว โดยระบว่าตำรวจสันติบาลเข้าไปช่วยระงับเหตุด้วย แต่กลับไม่มีใครฟัง จากการตรวจสอบคลิปจึงสอบถามไปยังตำรวจพบว่าพยายามหยุดเหตุดังกล่าวให้สงบ และหาว่าใครที่ถือมีด หรือใครที่กำลังฟันใคร ต้องเข้าไปหยุดเหตุ ส่วนผู้ก่อเหตุที่ถูกปล่อยตัวไปนั้น แท้จริงไม่ได้ปล่อย แต่ให้ไปโรงพยาบาลเพราะที่เห็นคือถูกฟันจนแขนจะขาด และมีตำรวจสันติบาลเข้าไปช่วยเหตุดังกล่าวก่อนแล้ว
ต่อมา พล.ต.ท.ศานิตย์ พล.ต.ต.นันทชาติ พ.ต.อ.ชัยรพ เดินทางไปยังร้านขายขนมปัง ซอยโชคชัย 4 แยก 69 จุดเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยพบญาติของนายสมเกียรติ โดย พล.ต.ท.ศานิตย์พูดคุยให้กำลังใจกับนางธัญชนก ศรีจันทร์ และ น.ส.ภัสธิร์ญา ภัคสิรีธร พี่สาวและหลานสาวของนายสมเกียรติ และขอให้มั่นใจในเรื่องคดี
นางธัญชนกกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีความกังวล เนื่องจากในวันเกิดเหตุ น.ส.ภัสธิร์ญา ลูกสาวตนอยู่ในเหตุการณ์ ระบุว่า วันเกิดเหตุมีผู้หญิงเป็นแฟนของผู้ก่อเหตุมาข่มขู่ ทำให้ครอบครัวกังวลจนไม่กล้ามาพักอาศัยที่ร้าน ขณะนี้ร้านปิด ไม่กล้าเปิดร้าน นอกจากนี้คนในละแวกเล่าให้ฟังว่าพบเห็นคนต้องสงสัยมาขับรถวนเวียนผ่านหน้าร้านหลายครั้ง จึงอยากขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและดูแล ทั้งนี้ยืนยันว่านายสมเกียรติไม่เคยเล่าว่าทะเลาะกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว และตนก็ไม่ได้รู้จักกับกลุ่มดังกล่าวเช่นกัน พอทราบว่าเป็นลูกตำรวจ ตนไม่สบายใจมาก แต่ขณะนี้ยอมรับว่าสบายใจขึ้นแล้วที่ พล.ต.ท.ศานิตย์เข้ามาดูแลด้วยตนเอง ทั้งนี้จะฌาปนกิจนายสมเกียรติในวันที่ 5 พฤษภาคม
อย่างไรก็ดี พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวอีกครั้งว่า หากได้รับการยืนยันจากญาติเรื่องการข่มขู่ จะขอพิสูจน์ทราบตัวบุคคล หากพบว่ามีการข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว จะต้องถูกแจ้งข้อหาข่มขู่ผู้อื่นทำให้เกิดความหวาดกลัวต่อไป

