เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 พฤษภาคม ที่สน.โชคชัย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เรียกเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าประชุมเพื่อหาสาเหตุที่กลุ่มวัยรุ่น 6 คนทำร้ายนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 36 ปี ชายพิการเสียชีวิต โดยหลังการประชุมได้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิด ลำดับเหตุการณ์ชัดเจน โดยพบว่านายสมเกียรติ ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในถนนโชคชัย 4 ซอย 69 มีกลุ่มผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์มา 2 คัน ภาพที่ปรากฏเป็นภาพหลังจากที่มีการแซวเกิดขึ้นแล้ว จากนั้นภาพวงจรปิดภายในร้านขนมปังบันทึกภาพนายสมเกียรติ เข้ามาหยิบสิ่งของที่คาดว่าน่าจะเป็นอาวุธมีดสั้น ต่อมาภาพกล้องวงจรปิดภายในอพาร์ตเมนต์มาเมซอง ซอยลาดพร้าววังหิน 48 เป็นห้องพักของกลุ่มผู้ต้องหา สามารถบันทึกภาพนายสมเกียรติ ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาหาเรื่อง ทำให้มีปากเสียงและแยกย้ายกันไป ต่อมาภาพกล้องวงจรปิดภายในร้านขนมปังได้บันทึกภาพขณะชาย 2 คน ในกลุ่มผู้ต้องหาพยายามเข้ามาภายในร้าน แต่ถูกห้ามไว้ กระทั่งนายสมเกียรติคว้าอาวุธมีดยาวออกไปจากร้านจึงเกิดเหตุขึ้น
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายพีระพล ยศพงษ์อนันต์ ผู้ต้องหา ที่ลงมือก่อเหตุใช้มีดแทงนายสมเกียรติ มาสอบสวนภายหลังแพทย์อนุญาตให้ผู้ต้องหาออกจากโรงพยาบาลได้
โดยนายพีระพล ให้การว่า ตนลงมือก่อเหตุจริง ยืนยันว่าไม่มีเจตนาฆ่า เพียงแต่บันดาลโทสะ เนื่องจากถูกนายสมเกียรติใช้มีดฟันเข้าที่แขนซ้าย จนเป็นบาดแผลฉกรรจ์ จึงใช้มีดป้องกันตัวเท่านั้น ก่อนเกิดเหตุตนและพวกได้ขี่รถจักรยานยนต์ ผ่านร้านนายสมเกียรติไม่ได้มีการด่าทอ เพียงแค่พูดว่าต้องการซื้อขนมปังเท่านั้น มีการไกล่เกลี่ยและขอโทษไปแล้ว จึงแยกย้ายกันกลับที่พัก แต่เพื่อนของตนที่ต้องใช้เส้นทางกลับบ้านโดยผ่านหน้าร้านขนมปัง มาพบกับนายสมเกียรติจึงเกิดเหตุขึ้น
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด สอดคล้องกับคำให้การของกลุ่มผู้ต้องหา ส่วนผู้หญิง 2 คน ที่ฝ่ายผู้เสียหายอ้างว่ามีการยั่วยุส่งเสริมให้เกิดการก่อเหตุ จากการตรวจสอบพบว่า ผู้หญิง 2 คน โดยสารรถแท็กซี่มาถึงจุดเกิดเหตุ หลังจากที่นายสมเกียรติถูกทำร้ายแล้ว หลังจากนี้ตำรวจจะต้องเรียกมาสอบปากคำอย่างละเอียด ว่ามีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวอ้างจริงหรือไม่
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย และดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ โดยยืนยันแม้ว่าในกลุ่มผู้ต้องหาจะมีลูกตำรวจรวมอยู่ด้วย ก็ไม่มีผลกับรูปคดีแต่อย่างใด
ด้านพ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โชคชัย กล่าวว่า กรณีมีผู้หญิงตะโกนยุยงให้ก่อเหตุนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างหาพยานหลักฐานในการที่จะเอาผิด จึงฝากประชาชนหรือผู้เห็นเหตุการณ์หากมีหลักฐานหรือข้อมูลต่างๆ ที่พอจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีสามารถแจ้งได้ที่สถานีได้โดยตรง

