เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการคลี่คลายคดี “สุสานเผานั่งยาง” ในป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ โคกเฒ่าคำภา บ.คำบอนเวียงชัย ม.3 ต.หนองแวง อ.บ้านผือ หลังจากสถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งตรวจพบดีเอ็นเอจากกระดูกของจุดตรวจสอบที่ 8 ทำให้วันนี้ญาติผู้สูญหาย ที่แจ้งความประสงค์ตรวจดีเอ็นเอ ไว้ที่ สภ.บ้านผือ ยอดรวมล่าสุด 31 ราย ได้ทยอยเดินทางมาให้ปากคำ กับพนักงานสอบสวน ภ.จว.อุดรธานี และให้พิสูจน์หลักฐานอุดรธานี เก็บดีเอ็นเอที่กระพุ้งแก้ม ในช่วงเช้ารวมทั้งสิ้น 8 ราย
โดยวันนี้มีญาติผู้สูญหายที่เดินทางมา อาทิ น.ส.สมสมร ชิดเชื้อ ราษฎร ต.ห้วยยาง อ.แกลง จ.ระยอง เดินทางจาก จ.ระยอง ระบุนายณัฐพร ชิตเชื้อ น้องชายหายตัวไปตั้งแต่ปี 2545 ขณะเดินทางมาหางานทำที่ จ.อุดรธานี , นางเสาวลักษณ์ คชมิตร ราษฎร ต.ศรีสุทโธ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ที่ นายวีระศักดิ์ หรือโอเล่ ธรรมมามนต์ พี่ชายถูกชาย 3 คน ที่อ้างตัวเป็นตำรวจอุ้มขึ้นรถ ต่อหน้าจากร้าน “โบกี้เทเลคอม” ตลาดเทศบาลตำบลศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี เมื่อเย็นวันที่ 14 ธ.ค.51
ด้านพล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์สอบปากคำ ตรวจเก็บดีเอ็นเอ และพูดคุยกับญาติผู้สูญหาย ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า ตำรวจกำลังตรวจเก็บดีเอ็นเอผู้มาแจ้งความไว้ โดยได้เก็บแล้วส่งไปตรวจเปรียบเทียบ ที่สถาบันนิติเวชกลางแล้ววานนี้ 14 ราย ซึ่งการตรวจดีเอ็นเอที่จะได้ผลดี ต้องตรวจจากญาติทางตรง พ่อ แม่ ลูก ของผู้ที่สูญหาย ส่วนพี่น้องจะตรวจค่อนข้างยาก หากญาติผู้สูญหายที่ยังไม่มาสอบปากคำเพื่อตรวจเก็บดีเอ็นเอให้เป็นพ่อแม่หรือลูก มาตรวจเก็บดีเอ็นเอจะดีที่สุด

“ส่วนกรณีการร้องเรียนตำรวจ สภ.น้ำโสม อยู่ในระหว่างสอบสวนวินัยยังไม่สรุป เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยาน ผมได้สั่งให้ตำรวจที่ถูกร้องเรียนไปปฏิบัติหน้าที่ที่สถานีตำรวจภูธรอื่นก่อนเป็นการชั่วคราว ประกอบด้วย ร.ต.ท.วิเชียร ศรีคราม รอง สว.สส. , ร.ต.ต.ธวัช บุตรแสนลี รอง สว.สส. และ ด.ต.พิทยา มหาชาติ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม โดยวันที่ปฏิบัติราชการสัปดาห์หน้า จะเรียกตำรวจทั้ง 3 คน มาพูดคุยกำชับการทำงาน ให้หัวหน้าสถานีฯที่รับตัวไปได้กำหนดภารกิจการปฏิบัติหน้าที่ ที่สามารถสอดส่องควบคุมความประพฤติได้” พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าว
พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวอีกว่า การสอบทางวินัยคงต้องใช้เวลาบ้าง ที่ผ่านมาสอบปากคำเบื้องต้นไว้แล้ว แต่พยานหลักฐานไม่ดีเท่าที่ควร จึงขอฝากไปยังนายดารา พาไสย์ ผู้เสียหาย และผู้ที่เกี่ยวข้อง กล่าวหาตำรวจกระทำผิด ต้องมีความมั่นใจในการทำงานของตำรวจ เพราะถ้าไม่มั่นใจเราก็จะไม่ได้พยานหลักฐาน ที่ตำรวจถูกกล่าวหากระทำผิด มีพฤติการณ์ข่มขู่ หรือในส่วนอื่นอีก ถ้าไม่ให้ข้อมูลกับกรรมการฯ พยานที่มีแบบตัวต่อตัวมันสู้ไม่ได้ ไม่พอที่จะนำมาใช้ลงโทษทางวินัย
นอกจากนี้ พล.ต.ต.พีระพงศ์ ได้ตอบข้อซักถามด้วยว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยก่อเหตุที่ “สุสานนั่งยาง” จะมีผู้หลบหนีไปก่อนหรือไม่นั้น ทางตำรวจเรายังสามารถติดต่อกับทุกคนได้ เราเป็นผู้สอบสวนหาข้อมูล ว่ามีพยานหลักฐาหรือไม่ว่าเขาเป็นผู้กระทำผิด ตอนนี้เขาสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ที่มีว่าบางคนหายไปจากพื้นที่ เราก็เจอตัวแล้ว เขาใช้ชีวิตตามปกติของเขา ไปทำงานไปทำธุระนอกพื้นที่ตามชีวิตที่ปกติ คนที่กลับมาแล้วก็มี ที่ยังไม่กลับก็มี แต่เราสามารถติดต่อได้ทุกคน ไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด

