ร้องกองปราบฯเกษตรกรดีเด่นตุ๋น อ้างระดมเงินซื้ออาหารเป็ดช่วยเกษตรกรสูญ 40 ล้าน

7.12.18 | 14:21 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ธันวาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายนพสิทธิ รุ่งโรจน์โชคนิธิ อายุ 50 ปี ผู้ประกอบการขายสินค้าทางการเกษตร พร้อมด้วยกลุ่มผู้เสียหายประกอบด้วย แพทย์จาก รพ.ต่างๆ นักธุรกิจ รวมประมาณ 10 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง รอง ผกก.สอบสวน กก.1บก.ป. เพื่อเข้าแจ้งความเอาผิดกับนางกันยานี ปานฉิม อายุ 50 ปี เกษตรกรดีเด่นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปี 2560 ในข้อหาฉ้อโกง หลังถูกหลอกให้ร่วมลงทุนซื้ออาหารสัตว์นำไปให้เกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ด ในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคกลาง จนต้องสูญเงินกว่า 40 ล้านบาท


นายนพสิทธิกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนรู้ได้จักนางกันยานี ผ่านทางเพื่อนของตน ที่แนะนำให้รู้จักขณะเดินทางไปทำบุญยังต่างจังหวัดด้วยกัน เพราะเห็นว่านางกันยานีเป็นเกษตรกรดีเด่นประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปี 2560 และเคยรับรางวัลจากสถานปฏิบัติธรรมชื่อดังแห่งหนึ่ง จึงน่าจะเป็นคนดีมีเมตตา จึงได้พูดคุยจนเริ่มสนิทกันในระดับหนึ่ง ต่อมานางกันยานีได้อ้างกับตนเองว่า กำลังทำโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ด พร้อมกับชักชวนให้นำเงินมาร่วมลงทุน ซื้ออาหารสัตว์จากบริษัทเอกชนขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดต่างๆ อาทิ ลพบุรี สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท อ่างทอง อุทัยธานี ผ่านทางสหกรณ์การเกษตรของแต่ละจังหวัด โดยอ้างว่า ขณะนี้เป็ดเลี้ยงจำนวนมากกำลังอยู่ในสภาพอดอาหาร จากโครงการของรัฐ ที่ลงทุนให้พันธุ์เป็ดมาเลี้ยง แต่ไม่มีอาหารให้ ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ด ต้องทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายกัน เพื่อแย่งชิงอาหารไปเลี้ยงเป็ด พร้อมกับนำเอกสารสัญญาซื้อขายอาหารสัตว์ระหว่างสหกรณ์กับบริษัทผลิตอาหารสัตว์ รวมถึงหนังสือรับรองจากทางธนาคารมาให้ตนดูเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยความสงสารและเห็นว่าโครงการดังกล่าวนั้นเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดที่กำลังเดือดร้อน ถึงแม้ตนจะได้รับผลตอบแทนไม่มากนักก็ตาม จึงได้ชักชวนเพื่อนๆ ที่ตนรู้จัก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหมอและนักธุรกิจ มาร่วมลงทุนด้วยรวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท

นายนพสิทธิ์กล่าวต่อว่า สำหรับรายละเอียดการลงทุนนั้น อาหารสัตว์จำนวน 1 คันรถ จะต้องใช้เงินลงทุนจำนวน 150,000 บาท ได้กำไร 4,000 บาท ในระยะ 5 วัน โดยเริ่มลงทุนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 ซึ่งช่วงแรกที่นำเงินไปลงทุนนั้นยังได้รับผลตอบแทนตามปกติ ก่อนที่ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พ.ย. นางกันยานีได้ติดต่อมาหาตนเพื่อขอให้ช่วยหาเงินมาลงทุนเพิ่มอีก 12 ล้านบาท แต่ตนเห็นว่าเงินที่ลงทุนไปก่อนหน้านี้มีมูลค่าค่อนข้างสูงมากพอแล้วจึงไม่ได้ให้ไป จนกระทั่งเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นางกันยานี ได้มีท่าทีเริ่มผัดผ่อนจ่ายเงินปันผลและคืนเงินลงทุนให้กับตนและพวก โดยอ้างว่ากำลังติดปัญหาถูกเจ้าหน้าที่สหกรณ์แห่งหนึ่งโกงเงินกว่า 20 ล้านบาท ก่อนจะเริ่มขาดหายการติดต่อไปในที่สุด ตนจึงนำสำเนาหนังสือสัญญาที่นางกันยานี เคยส่งให้ดูเพื่อประกอบการพิจารณาการลงทุนไปทำการตรวจสอบกับสหกรณ์ ที่ถูกอ้างถึง พบว่าเป็นหลักฐานเท็จ เช่นเดียวกับ หนังสือการันตีจากธนาคารเอกชน 2แห่ง ที่มีการออกย้อนหลัง จึงเชื่อว่ามีการกระทำเป็นขบวนการ ตั้งใจ หลอกลวงประชาชน จึงตัดสินใจรวมตัวกันมาเข้าแจ้งความกับทางกองปราบฯในวันนี้

ด้านพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ได้ทำการรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา พร้อมกับทำการสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียด เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมามอบให้ประกอบการพิจารณา ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง ทางพนักงานสอบสวนจะทำการพิจารณาข้อกล่าวหาว่าเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนด้วยหรือไม่ ก่อนจะส่งเรื่องต่อให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้พิจารณาสั่งการต่อไป