จากกรณีคนร้ายใช้ปืนยิงใส่กลุ่มนักเที่ยวในผับแห่งหนึ่งบนถนนตรัง-พัทลุง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง เมื่อกลางดึกวันที่ วันที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 01.50น. ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย และเสียชีวิต 1 ราย จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายชยพล หรือ คม เสียมไหม อายุ 34 ปี จนนำไปสู่การออกหมายจับและอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้สั่งการ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผกก.2 บก. พ.ต.ท.ภาดล จันทร์ดอน รอง ผกก.รรท.รอง ผกก.กองกำกับการสนับสนุน บก.ป. นำกำลังไล่ล่านายชยพล หรืออาคม เสียมไหม ตามหมายจับเลขที่ จ. 440/2561 ลงวันที่ 6 พ.ย.2561 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , พยายามฆ่า , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุอันควร , นำอาวุธปืนเข้าไปในสถานบริการ โดยจากแนวทางการสืบสวนทราบว่า นายชยพล ได้หลบหนีเข้าไปประเทศเมียนมา จึงประสานกับตำรวจประเทศเมียนมาผ่านคณะกรรมการความร่วมมือหน่วยงานประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ให้ช่วยติดตามนายชยพล เนื่องจากเป็นผู้ร้ายคดีสำคัญ
โดยเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ CCDAC หน่วย (30) ท่าขี้เหล็ก ได้ทำการเรียกตรวจรถที่ด่านตรวจท่าท่าขี้เหล็ก พบ นายซ้าย ใส่ (Sai Saii) อายุ 50 ปี ชาวเมียนมา เป็นผู้ขับขี่ , นายจ่อ เซ่ง (Kyaw Sein) อายุ 44 ปี และชายไทยอีก 4 คน ยังไม่ทราบจริงและนามสกุลจริง จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางอาวุธปืนชนิด COLTS (45 AUTOMATIC) ผลิตโดย อเมริกา จำนวน 1 กระบอก และ กระสุนจำนวน 12 นัด จาก กระเป๋าสะพาย สีดำ ของ ชายไทย และ พบอีกอาวุธปืน ขนิด PIETRO BERETTA (PB) จำนวน 2 กระบอก และกระสุนจำนวน 24 นัด จาก กระเป๋าสะพาย สีดำของชายไทย เจ้าหน้าที่ยึดของกลางและ จับกุมผู้ต้องหาฯ และ ดำเนินการคดีตามกฎหมาย สถานีตำรวจท่าขี้เหล็ก
จากการตรวจสอบของ บก.ป. ทราบว่าหนึ่งในชายที่ถูกจับมีลักษณะรูปพรรณตรงกับ นายชยพล จึงประสานตำรวจประเทศเมียนมา เพื่อยืนยันว่าหนึ่งในคนไทยที่ถูกจับคือนายชยพลผู้ต้องหาตามหมายจับ ทาง บก.ป.จะได้ประสานกับกองบังคับการตำรวจต่างประเทศ เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบกับทางการเมียนมาเพื่อยืนยันตัวบุคคลอีกครั้ง และจะได้ดำเนินการอายัดตัว และขอรับตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยต่อไป
ทั้งนี้ ยังพบว่า นายชยพล หรืออาคม เสียมไหม มีประวัติคดีอาญา พ.ศ.2546 ทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ สภ.บ้านหนองเอื้อง อ.ปะเหลียน จว.ตรัง ภ.9 (ถูกจับกุม) พ.ศ.2560 พยายามฆ่า สภ.เมืองตรัง จว.ตรัง ภ.9 (ถูกจับกุม)
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบประวัติ นายชยพล หรือคม เสียมไหมทราบว่าเป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหง่าย มักก่อเรื่องทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายผู้อื่น ประกอบกับการที่ตัวนายชยพลนั้น มีความรู้จักสนิทสนมกับนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ จ.ตรังหลายคน รวมถึงยังเป็นลูกน้องคนสนิทของนายทุนปล่อยเงินกู้รายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดตรังรายหนึ่ง ด้วยเหตุนี้จึงมักจะกระทำการใดๆโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และชอบทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล อยู่เป็นประจำ เนื่องจากหลายครั้งที่ก่อเรื่องขึ้นมา มักจะมีผู้หลักผู้ใหญ่ในพื้นที่ จ.ตรัง เข้ามาเป็นตัวกลางคอยช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องราวกับคู่กรณีให้ยอมจบเรื่องราว
ข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนกรณีที่นายชยพล เลือกที่จะหลบหนีไปกบดานซ่อนตัวในพื้นที่ประเทศเมียนมา นั้น เป็นเพราะว่าตัวนายชยพล มีความรู้จักมักคุ้นกับกลุ่มสมาชิกเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่รอยต่อชายแดนไทยกับประเทศเมียนมา หลายราย เนื่องจากตัวนายชยพล เองก็ถือเป็นเอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ด้วยเช่นกัน ประกอบกับภายหลังเกิดเหตุถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแกะรอยตามกดดันเพื่อล่าตัวอย่างหนัก จึงตัดสินใจเลือกที่จะหันไปพึ่งพากลุ่มเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่พม่าเพื่อให้ช่วยหลบหนีการจับกุม จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว

