ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ในคดีหมายเลขที่ดำที่ 1050/2559 คดีหมายเลขแดงที่ 1170/2560 หลังจากพนักงานอัยการเป็นโจทก์ และนายสุเมธ สงคราม อายุ 79 ปี ชาวบ้าน ต.ดงขุย อ.ชนแดน ซึ่งเป็นผู้พิการตาบอดเป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายปรีดา ปรางค์ชัยภูมิ เป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้น ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอมและฉ้อโกง
โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาสั่งจำคุกนายปรีดา 2 ปี และให้คืนโฉนดที่ดิน หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายจำนวน 1.8 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ในการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 12 ธ.ค. นายปรีดา จำเลยไม่ได้เดินทางมาศาล หลังจากก่อนหน้านี้ศาลได้ออกหมายจับนายปรีดา ที่ไม่ได้ไปศาลตามนัดหมาย ทำให้มีการเลื่อนการอ่านคำพิพากษา กระทั่งเกิน 1 เดือนยังนำตัวจำเลยมาศาลไม่ได้ ผู้พิพากษาจึงอ่านคำพิพากษาศาลลับหลังจำเลย
ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ตัดสินพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 วรรคแรก(เดิม), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก(เดิม), 341 (เดิม) เมื่อจำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารปลอม ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก(เดิม) แต่กระทงเดียวตามมาตรา 268 วรรคสอง และความผิดฐานฉ้อโกงกับความผิดฐานใช้เอกสารปลอมเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ทั้งสองบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรคแรก ประกอบ 264 วรรคแรก(เดิม) ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ส่วนโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ยกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมที่ขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนักขึ้น
สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจากนายสุเมธ ได้นำโฉนดที่ดินเนื้อที่ 19 ไร่ 46 ตารางวาไปจดจำนองไว้ หลังกู้เงิน 200,000 บาทจากญาตินายปรีดา แต่ภายหลังนายปรีดา ได้ปลอมแปลงลายมือชื่อนายสุเมธ ในใบมอบอำนาจพร้อมไถ่ถอนที่ดินและขายที่ดินให้แก่ตนเอง กระทั่งนายสุเมธ และภรรยาได้รับทราบในภายหลัง จนเข้าร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรมและได้รับการยื่นมือช่วยเหลือ ต่อมาเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมได้นำนายสุเมธ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษนายปรีดา ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ชนแดน จนมีการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อนายสุเมธ กระทั่งผลการตรวจพิสูจน์ยืนยันไม่ใช่ลายมือชื่อสุเมธ ทางพนักงานอัยการจึงได้สั่งฟ้องฯ กระทั่งศาลชั้นต้นมีคำตัดสินดังกล่าว ต่อมาทั้งโจทก์ร่วมและจำเลยต่างยื่นอุทธรณ์กันทั้งสองฝ่าย

