เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ต.ต.เจษฏาพร รองทอง สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งเหตุเกิดไฟไหม้บ้านที่บ้านเลขที่ 121 หมู่ 7 บ้านโนนแย้ ต.หญ้าปล้อง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและแจ้งไปยังหน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองศรีสะเกษ เพื่อให้ส่งรถดับเพลิงไปทำการดับเพลิงอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกับชาวบ้านกำลังช่วยกันดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้บ้าน 2 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้ ไฟได้ไหม้อย่างรุนแรงมาก ขณะที่บรรดาญาติพี่น้องของเจ้าของบ้านกำลังช่วยกันเก็บทรัพย์สินของมีค่าออกจากบ้านที่กำลังถูกไฟไหม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ท่ามกลางชาวบ้านพากันมามุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก
นายทองคำ โสพัฒน์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 7 บ้านโนนแย้ ซึ่งบ้านอยู่ติดกับบ้านที่เกิดเพลิงไหม้เล่าว่า บ้านหลังที่เกิดเหตุเป็นของนางเหลี่ยม น้อยมิ่ง อายุ 77 ปี เป็นแม่ของนายสมยศ น้อยมิ่ง ผญบ.หมู่ 6 บ้านโนนหล่อ ต.หญ้าปล้อง ที่มีหมู่บ้านอยู่ติดกัน และลูกสาวเป็นครูอยู่ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยขณะเกิดเหตุ นางเหลี่ยมได้ไปทำบุญที่วัดบ้านโนนแย้ ซึ่งก่อนเกิดเพลิงไหม้ได้มีเสียงดังปังปังขึ้น 2 ครั้งที่ชั้นบนของตัวบ้าน คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร จากนั้นไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วมาก ตนและเพื่อนบ้านได้ช่วยกันตักน้ำดับไฟแต่ว่าไม่สามารถที่จะดับไฟได้ จนกระทั่งรถดับเพลิงมาช่วยฉีดน้ำดับไฟ จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
ด้านนางเหลี่ยม อายุ 77 ปี เจ้าของบ้านที่กำลังนอนเป็นลมอยู่บ้านของลูกชายที่เป็นผู้ใหญ่บ้านเพราะช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนไปทำบุญที่วัดเพราะว่าไปทำบุญทุกวันไม่มีเว้น และมีเพื่อนบ้านไปแจ้งให้ตนทราบที่วัดว่าเกิดไฟไหม้บ้านตนจึงได้รีบวิ่งกลับมาบ้านและพบว่าไฟกำลังไหม้บ้าน ตนไม่สามารถที่จะนำเอาทรัพย์สินของมีค่าที่เก็บไว้ในบ้านออกมาได้ โดยเป็นเงินสดประมาณ 400,000 บาทและทองคำรูปพรรณหนักประมาณ 12 บาทที่ตนเก็บเอาไว้ในห้องพระชั้นบนของบ้าน ซึ่งเป็นเงินและทองที่ตนเก็บสะสมมาตั้งแต่เป็นสาวจนแก่อายุ 77 ปีแล้ว รวมทั้งทรัพย์สินจำนวนมากในบ้าน ได้ถูกไฟไหม้สูญหายไปกับกองเพลิงหมดสิ้น
ทางด้าน พ.ต.ต.เจษฏาพรเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบถามจากพยานชาวบ้านใกล้เคียงแล้ว คาดว่าสาเหตุเพลิงไหม้บ้านครั้งนี้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งตนจะได้ทำการสืบสวนหาข้อเท็จจริงของการเกิดเหตุครั้งนี้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด


